สุดทึ่ง!! ดอกพืชกระท่อมสุดยอดสมุนไพรหายากต้นต้องมีอายุเกิน 10 ปีราคาแพงลิ่วดอกละ 600 บาท-อ้างคนโบราณเชื่อกระตุ้นสมรรถภาพทางเพศ

สุดทึ่ง!! ดอกพืชกระท่อมสุดยอดสมุนไพรหายากต้นต้องมีอายุเกิน 10 ปีราคาแพงลิ่วดอกละ 600 บาท-อ้างคนโบราณเชื่อกระตุ้นสมรรถภาพทางเพศ(ชมคลิป)
จากกรณีที่ว่าที่ร้อยตรี อุทัย ทาบทอง นายอำเภอนบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งว่าพบการลักลอบปลูกพืชกระท่อมในเนื้อที่กว่า 1 ไร่ ปลูกอยู่ริมห้วย และอาจจะเป็นพื้นที่ป่าสงวน ฯในท้องที่บ้าน ราโพ -พังหรัน หมู่ 4 ต.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช จึงได้สนธิกำลังฝ่ายปกครอง ตำรวจ กำนันผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่ป่าไม้และอุทยาน ฯเข้าตรวจสอบพบพืชกระท่อมต้นใหญ่เท่าต้นหมาก-ต้นมะพร้าว จำนวน 22 ต้น ต้นเล็ก 4 ต้น จึงตัดโค่นและจุดไปเผาทิ้งทั้งหมด คาดว่าน้ำหนักรวมต้น กิ่งก้าน และใบไม่น้อยกกหว่า 10,000 กก.โดยเจ้าหน้าที่เก็บใบเป็นของกลางประมาณ 50 กก. ส่งพนักงานสอบสวน สภ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช สอบสวนสืบสวน เพื่อติดตามผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปเหตุเกิดเมื่อวานนี้ (8 มิ.ย.) ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
(9 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบในกระท่อมและในพื้นที่อย่างละเอียดพบว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ห่างจากหลังบ้านเลขที่ 42/1 หมู่ 4 ต.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช ซึ่ง ของนายไพรัตน์ ยางแก้ว อายุ 36 ปี ประมาณ 200 เมตร โดยในกระท่อมริมห้วยมีขดน้ำดื่ม เสื้อผ้าอยู่จำนวนหนึ่ง ซึ่งน่าจะมีคนเข้ามาพักอาศัยอยู่ประจำ และยังพบกระดาษห่อยาเสพติดบางชนิดกระจายอยู่รอบ ๆ กระท่อมและบางจุดภายในไร่พืชกระท่อม จึงเชื่อว่ากระท่อมและไร่พืชกระท่อมดังกล่าวมีวัยรุ่นเข้มามั่วสุมเสพยาเสพติดด้วย
และจากการที่เจ้าหน้าที่สงสัยว่าพื้นที่ไร่พืชกระท่อมอาจจะอยู่ในเขตป่าสงวน ฯ จึงช่วยกันตรวจสอบอย่างละเอียดพบว่าไม่ได้อยู่ในเขตป่าสงวน ฯแต่เป็นพื้นที่ที่มีเอกสารสิทธิ์ น.ส.3 ของนายไพรัตน์ ยางแก้ว อายุ 36 ปี ซึ่งมีบ้านอยู่หางออไปประมาณ 200 เมตร และห่างจากบ้านเรือนของชาวบานคนอื่น ๆ ประมาณ 600 เมตร และพบว่าอยู่ห่างจากป้อมนามตำรวจราโพ-พังหรัน ประมาณ 1 กม.เท่านั้น นอกจากนี้ชาวบ้านหลายคนยืนยันว่าไร่พืชกระท่อมทั้งหมดนายไพรัตน์ ยางแก้ว เจ้าของที่ดินเป็นคนปลูกไว้นานนับ 10 ปีแล้ว โดยมีการดูแลไร่พืชกระท่อมและมีการตัดแต่งกิ่งต้นกระท่อม และตัดหญ้าในไร่พื้นกระท่อมจนเตียนโล่งเหมือนสวนยาพารา ในตอนกลางคืนจะว่าจ้างวัยรุ่นมานอนเฝ้าด้วย ส่วนการเก็บใบพืชกระท่อมจำหน่ายนั้นนายไพรัตน์ และลูกจ้างจะเก็บและนำส่งจำหน่ายในช่วงกลางคืนมีรายได้เดือนละกว่า 100,000 บาท โดยเคยถูกจับกุมมาก่อน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายเรียกนายๆพรัตน์ ยางแก้ว มาพบเพื่อแจ้งข้อกล่าวผลิตและมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 (พืชกระท่อม)ๆไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมายต่อไป
ชาวบ้านที่กินพืชกระท่อมตามวิถีชีวิตโบราณคนหนึ่ง กล่าวว่า ตนยืนยันว่าพืชกระท่อมเป็นยาสมุนไพรชั้นดีรักษาโรคร้ายหลายโรค โดยเฉพาะใช้เป็นยาเบาหวานและความดัน แก้ปวดท้อง แก้บิด ท้องเสีย แก้ปวดเมื่อยร่างกาย ระงับประสาทช่วยให้ทำงานได้ทนนาน ทนแดด ไม่หิวง่าย ซึ่งคนโบราณกินกันมานาน หลายร้อยปีแล้ว คือการเคี้ยวใบพืชกระท่อมสด ๆ จนละเอียดแล้วดื่มน้ำตามเข้าไป ต่อมามีซดกาแฟ หรือเครื่องดื่มชูกำลังตามลไป การกินในแบบดังกล่าวเรียกว่า “หวนท่อม” แม้จะถูกขึ้นทะเบียนเป็นยาเสพติดประเภท 5 แต่ผู้ที่กินพืชกระท่อมไม่เคยสร้างความเดือดร้อนให้กับใคร สรุปชัดเจนคือไม่ส่งผลกระทบต่อสังคมแม้แต่น้อย คนโบราณถือว่าเป็นยาขยันทำให้มีเรี่ยวแรงทำงานมากขึ้น แต่เมื่อประมาณ 15 ปีที่ผ่านมาวัยรุ่นจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เข้ามาเรียนหนังสือตามสถานศึกษาจังหวัดนครศรีธรรมราชนำมาแปรรูปต้มกับน้ำอัดลม ผสมยาแก้ไอ แช่น้ำแข็งจนเย็นเจี๊ยบก่อนนำมาดื่มสูตรนี้ว่า 4×100 และมีการดัดแปลงใส่ส่วนผมอื่น ๆ ลงไปอีกหลายชนิดโดยเฉพาะยาบ้า ยาไอซ์ นอกจากนี้ก็ยังมีการนำผงหลอดไฟนีออนยาจุดกันยุง และขี้เถ้าและผงขี้เถ้าที่ติดที่ตะแกรงเผาศพมาใส่เป็นส่วนผสมด้วย ทำให้น้ำต้มพืชกระท่อมมีโทษต่อร่างกายรุนแรง รัฐบาลจึงประกาศทำสงครามกับพืชกระท่อม โดยเหมารวมตัดโค่นทำลายพืชกระท่อมอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญราคาพืชกระท่อมจากเดิมกำละ 10-20 บาท (40 ใบ) สูงขึ้นเป็นกำละ 100-150 บาท ส่งผลกระท่อมกับคนเฒ่าคนแก่ที่กินตามวิถีดั่งดื่มเป็นอย่างมาก และเป็นช่องทางหารายได้ของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นล่ำเป็นสัน
“สำหรับพืชกระท่อมที่เจ้าหน้าที่ตัดโค่นกว่า 1 ไร่ หลังบ้านของนายไพรัตน์ ยางแก้ว นั้นมีอายุเกิน 10 ปี จึงเป็นพืชกระท่อมที่ทีสรรพคุณทางยาสมุนไพรเข้มข้น เป็นที่นิยมของนักหวนท่อม โดยในปัจจุบันพืชกระท่อมที่อายุแก่หลายปีหรือ 10 ปีไม่ค่อยมีให้เห็นแล้วเพราะถูกเจ้าหน้าที่จับกุมและตัดโค่นจนหมด เหลือแต่ต้นเล็ก ต้นน้อย อายุ 1-2 ปีแม้จะกินได้แต่รดชาดไม่ค่อยถูกปากนักหวนท่อมนัก แต่ยังดีกว่าไม่มีท่อมจะหวน”
ชาวบ้านผู้เชี่ยวชาญการหวนพืชกระท่อมคนเดิมกล่าวว่า พืชกระท่อมที่มีอายุเกิน 10 ปี จะดอกกระท่อม ออกเป็นช่อตุ้มกล ม(head) ขนาด 3-5 ซม. ใน 1 ช่อประกอบด้วยดอกย่อยขนาดเล็กสีขาวอมเหลือง จํานวนมาก ดอกย่อยถือเป็นดอกสมบูรณ์เพศ ส่วยผลกระท่อม เป็นรูปไข่ขนาดเล็กประมาณ 5-7 มม. ดอกและผลคือสุดยอดสมุนไพรโบราณ โดยในส่วนนี้จะมีสรรพคุณที่เข้มข้นมากกว่าใบนับ 100 เท่า รวมทั้งความมึนเมาเมื่อเคี้ยวกินดอกและผล และอ้างเป็นยาบำรุงสมรรถภาพทางเพศชั้นเยี่ยมอีกด้วย ซึ่งคนทั่ว ๆ ไปไม่ค่อยรู้นอกจากคนเฒ่าคนแก่ที่หวนท่อมมานานหลายสิบปีบอกเล่าหรือแนะนำให้ทราบ โดยในปัจจุบันดอกและผลกระท่อมจัดเป็นของหายากไม่น้อย ซึ่งกลุ่มวัยรุ่นที่ทราบในเรื่องนี้จะซื้อดอกและผลพืชกระท่อมในราคาแพงมาก ๆ ช่อละ 600 บาท เพราะตามปกติหากนำไปแปรรูปโดยการต้มตามสูตร 4×100 หรือสูตรอื่น ๆ 1 หม้อ (ประมาณ 1.5 ลิตร) จะใช้ใบพืชกระท่อม 25-35 ใบ แต่หากเป็นในส่วนของช่อดอก-ผล เพียงช่อเดียวต้มได้น้ำในปริมาณมากถึงเกือบ 10 ลิตร
ในขณะที่ชาวบ้านที่ประกอบอาชีพทำสวนยางพาราคนหนึ่ง กล่าวว่า หลังจากยางพาราตกต่ำต่อเนื่อง ชาวบ้านส่วนหนึ่งจึงหันมาแอบปลูกพืชกระท่อมแทนรายละ 5-10 ต้นก็ถือว่ามีรายได้ดีกว่าปลูกยางพารา 10-20 ไรเสียอีก แม้จะเสี่ยงกับการถูกจับกุมก็ถือว่าคุ้มค่ากับการเสี่ยง เพราะโทษจำคุกมักจะรอลงอาญา ฯและปรับ 4,000-10,000 บาทหากใน 1 ปีโดนจับ 1-2 ครั้งก็ยังคุ้มมากกว่าการปลูกยางพารา หรือปาล์มนั้นอยู่ดี ชาวสวนยางกล่าวยืนยันในที่สุด.
ไพฑูรย์ อินทศิลา/กัญญาณัฐ เพ็ญสวัสดิ์ /นครศรีธรรมราช
9 มิ.ย. 2561

ใส่ความเห็น

Top
Loading...
ข้ามไปยังทูลบาร์