สมาคมคลองไทยเปิดเวทีสาธารณะ “คลองไทย…คนใต้ว่าอย่างไร”ที่เมืองนครศรีธรรมราช

วันนี้(9 มิ.ย.61) ที่โรงแรมราวดี ถนนอ้อมค่ายวชิราวุธ อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช นายสกล จันทรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ให้การต้อนรับ พลเอกพงษ์เทพ เทศประทีป นายกสมาคมคลองไทยเพื่อการศึกษาและพัฒนา และคณะ ซึ่งเดินทางลงพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นของภาคส่วนต่างๆ ภายใต้การดำเนินงาน เสวนาเวทีสาธารณะภาคประชาชน เรื่อง คลองไทย…คนใต้ว่าอย่างไร? โดยมีประชาชนในที่จังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง และจังหวัดใกล้เคียงให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก

การเปิดเวทีสาธารณะดังกล่าวกำหนดให้มีกิจกรรมขึ้นหลากหลาย อาทิ การจัดนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับการขุดคลองไทย ,การบรรยายพิเศษเรื่อง การศึกษาคลองไทยกับอนาคตโลจิสติกส์ไทย โลจิสติกส์โลก โดยพลเอกพงษ์เทพ เทศประทีป นายกสมาคมคลองไทยเพื่อการศึกษาและพัฒนา ,การบรรยายเรื่อง อนาคตโลจิสติกส์ ประเทศไทย โดยศาสตราจารย์ ดร.ฐาปนา บุญหล้า ประธานมูลนิธิสถาบันโลจิสติกส์แห่งเอเชีย ,การบรรยายเรื่อง คอคอดกระ คลองกระสู่คลองไทย วันนี้ที่คนใต้คนไทยต้องรู้เรื่อง โดยนายวิรวัฒน์ แก้วนพ วิศวกรสมาคมคลองไทยเพื่อการศึกษาและพัฒนา และในช่วงบ่ายเป็นการเปิดเวทีเสวนาเรื่อง “คลองไทย…คนใต้ว่าอย่างไร” ที่ดำเนินการเสวนาโดย นายสุทธิชัย หยุ่น และนายสุภาพ คลี่ขจาย และมีผู้เข้าร่วมเสวนาประกอบด้วย พลตำรวจเอกสุนทร ซ้ายขวัญ นายกสมาคมชาวปักษ์ใต้ในพระบรมราชูปถัมภ์ ,นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ผู้ทรงคุณวุฒิและอดีต สส. นครศรีธรรมราช ,ศาสตราจารย์ ดร.ฐาปนา บุญหล้า ประธานมูลนิธิสถาบันโลจิสติกส์แห่งเอเชีย ,นายนิยม คำแหง ผู้ทรงคุณวุฒิและอดีต สส. นครศรีธรรมราช ,นายยงยศ แก้วเขียว นายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่แห่งประเทศไทย , และนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ผู้ทรงคุณวุฒิและอดีต สส. กรุงเทพมหานคร


สำหรับลักษณะของคลองไทยที่จะขุดนั้น จะมีขนาดกว้าง ประมาณ 400 เมตร หรือสองเท่าของแม่น้ำเจ้าพระยา มีความยาว 135 กิโลเมตรและลึก 30 เมตร ใช้งบประมาณในการดำเนินการประมาณ 2 ล้านล้านบาท โดยดินที่เกิดจากการขุดคลองจะนำไปถมเป็นเกาะเทียมฝั่งอ่าวไทย ที่มีเนื้อที่โดยรวมประมาณ 1 แสนไร่ มีแนวคลองพาดผ่านพื้นที่ 5 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดกระบี่ ตรัง พัทลุง นครศรีธรรมราช และจังหวัดสงขลา เบื้องต้นมีการคาดการณ์ว่าหากขุดคลองไทยแล้วเสร็จ จะมีเรือผ่านวันละ 6 ลำ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดรายได้ประมาณ 1.5 แสนล้านบาทต่อปี รวมทั้งเกิดการจ้างงานในพื้นที่ และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศด้วย

ใส่ความเห็น

Top
Loading...
ข้ามไปยังทูลบาร์