ชื่นชม“โค้ชแป้ง”ครูจิตอาสาปั้นเด็กยากไร้เมืองคอนสู่นักฟุตบอลอาชีพ-เผยรางวัลการันตีเพียบ

กราบหัวใจคุณครู!!ชื่นชม“โค้ชแป้ง”ครูจิตอาสาปั้นเด็กยากไร้เมืองคอนสู่นักฟุตบอลอาชีพ-เผยรางวัลการันตีเพียบล่าสุดแชมป์ระดับประเทศ!?


(17 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานที่สนามหน้าเมือง จ.นครศรีธรรมราช ได้มีพ่อแม่ ผู้ปกครองนำบุตรหลานมาร่วมฝึกกีฬาฟุตบอลกับนายประสิทธิ์ เมฆาระ หรือ “ โค้ชแป้ง” อายุ 60 ปี ครูชำนาญการพิเศษ (คศ.3) โรงเรียนเทศบาลวัดเสมาเมือง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งสอนวิชาพละศึกษาจากโรงเรียนเทศบาลวัดเสมาเมือง และเป็นอดีตนักฟุตบอลทีมจังหวัดนครศรีธรรมราช ทีมเขต 8 เขต 9 และสโมสรราชประชา และผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรโค๊ชฟุตบอลและกีฬาหลาย ๆ ประเภท จนได้รับการรับรองจากสถาบันฟุตบอลแห่งเอเชีย ทั้งนี้เนื่องจากที่ผ่านมานักฟุตบอลที่มาเรียนและฝึกฝนการเล่นกีฬาฟุตบอลกับโค้ชแป้ง ในนามทีม “นครนิวส์” ถูกส่งเข้าร่วมการแข่งขันรายการต่าง ๆ สามารถคว้าแชมป์มาได้เกือบทุกรายการ โดยเฉพาะแชมป์ระดับประเทศ กีฬา อปท.ครั้งที่ 35 นครภูเก็ตเกมส์ เดือนธันวาคม 2560 ที่ผ่านมา
ซึ่งการฝึกเล่นกีฬาฟุตบอลกับโค้ชแป้ง ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด โดยโค้ชแป้ง มีจิตอาสาใช้เวลาว่างและวิชาความรู้สอนเด็ก ๆ อย่างต่อเนื่องนานเกือบ 10 ปี แล้ว และที่ผ่านมานักกีฬาที่ผ่านการฝึกฟุตบอลกับโค้ชแป้ง สามารถพัฒนาตัวเองจนได้รับการคัดเลือกให้เข้าเรียนในโรงเรียนชื่อดังที่มีความโดดเด่นทางกีฬาฟุตบอลหลายคน และพัฒนาตัวเองเข้าสู่การเป็นนักฟุตบอลอาชีพในระดับ สโมสรต่าง ๆ แข่งขันในระดับ ดิวิชั่น 1 ดิวิชั่น 2 และบางคนก้าวถึงทีมชาติก็มีหลายคน


ในช่วงเย็นถึงค่ำของแต่ละวันโค้ชแป้ง จะใช้สนามหน้าเมืองนครศรีธรรมราช เป็นสถานที่ฝึกสอนนักกีฬาฟุตบอลอายุตั้งแต่ 7 ขวบขึ้นไป โดยมีนายเกรียงไกร วุฒิมานพ ผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาลวัดเสมาเมือง นายสมเชษฐ์ ชูสงค์ รองผู้อำนวยการโรงเรียน นายวัชระพงศ์ รัตนพล ผู้จัดการทีมฟุตบอล “นครนิวส์” และนางโสรยา ศรีทอง ผู้ปกครองเด็กที่มาร่วมฝึกเล่นฟุตบอล พร้อมผู้ปกครองคนอื่น ๆ มาร่วมชมและให้กำลังใจ พร้อมซื้อน้ำดื่มมาให้โค้ชแป้งและเด็ก ๆ นักกีฬา ทำให้บรรยากาศบริเวณสนามหน้าเมืองคึกคักเป็นพิเศษ


นายเกรียงไกร วุฒิมานพ ผอ.โรงเรียนเทศบาลวัดเสมาเมือง กล่าวว่า โค้ชแป้ง หรือครูนายประสิทธิ์ เมฆาระ จะนำเด็กและเยาวชนมาฝึกฝนการเล่นกีฬาฟุตบอลในช่วงเช้าและเย็นของทุกวันนานนับ 10 ปี แม้ครูประสิทธิ์ จะอายุใกล้วัยเกษียณแต่สุขภาพร่างกายแข็งแรงเหมือนคนหนุ่ม ๆ ทั่วไป โดยนายประสิทธิ์ ได้เสียสละ และทุ่มเทจิตวิญญาณของความเป็นครูในการอบรมสั่งสอนบทเรียนวิชาการรวมทั้งบทเรียนชีวิตให้กับลูกศิษย์ทุกคน ซึ่งสร้างกระแสและจุดเปลี่ยนแปลงให้ชีวิตเด็กหลาย ๆ คนในพื้นที่ จังหวัดนครศรีธรรมราช นอกจากสอนเด็กในโรงเรียนประถมแล้ว นายประสิทธิ์ ยังทุ่มเทเวลาว่างสอนพิเศษให้กับเด็กยากจน หรือเด็กที่ขาดโอกาสทางสังคม โดย มีความเชื่อมั่นว่า เด็กเหล่านี้ก็เป็นความหวังและพลังของสังคมเช่นกัน หากได้รับโอกาสและการเอาใจใส่ โดยเฉพาะเด็ก ๆ ที่รักกีฬาฟุตบอล ที่ผ่านมาเด็กและเยาวชนในจังหวัดนครศรีธรรมราชพัฒนาทักษะก้าวขึ้นเป็นนักฟุตบอล ฟุตซอลระดับสโมสร และทีมชาติมาแล้วหลายคน นับเป็นครูตัวอย่างที่หาได้ยากยิ่งในสังคมปัจจุบัน จึงได้รับการยกย่องชื่นชมจากคนทั่วไปอย่างกว้างขวาง


นายประสิทธิ์ เมฆาระ หรือ “ โค้ชแป้ง”กล่าวว่า เด็กแต่ละคน มันมีความแตกต่างและหลากหลายมาก ๆ ดังนั้นเราจะมากำหนดรูปแบบตายตัวอย่างเดียวก็คงไม่ได้ และเด็กก็คงไม่เปิดรับต่อการเรียนที่กำหนดรูปแบบตายตัว ดังนั้นคนที่เป็นครูจะมีเทคนิคในการสอนลูกศิษย์แต่ละคนแตกต่างกันออกไป และหากครูเพิกเฉยต่อเด็กยากจน ด้อยโอกาส หรือเด็กเกเร โดยปล่อยให้เด็กเหล่านี้ไปเผชิญชีวิตตามยถากรรม พวกเขาก็คงสร้างปัญหาให้กับสังคมในลักษณะต่าง ๆ ส่งผลกระทบต่ออนาคตของเด็กและครอบครัว รวมทั้งความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ดังนั้นเมื่อเรามาสัมผัส รู้จักตัตนของเด็ก ๆ เหล่านี้ อย่างใกล้ชิด และเมื่อรู้จักกับสภาพชีวิตจริงของพวกเขาแล้ว เราก็ไม่สามารถปฏิเสธการยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือพวกเขาได้ แต่ตนเองก็ไม่มีกำลังในด้านอื่น ๆ นอกจากความรู้ที่ได้ศึกษามา ไปอบรมโค้ชมาเสียค่าใช้จ่ายเองครั้ง 50,000 บาทขึ้นไป จึงมีพร้อมจะนำมาถ่ายทอดส่งเสริมให้กับเด็กๆ โดยไม่คิดค่าตอบแทนใด ๆ ทั้งสิ้น
“เด็ก ๆ ที่ฝึกจนพัฒนาทักษะได้ดีแล้วจึงส่งไปแข่งขันรายการต่าง ๆ ได้แชมป์ในระดับจังหวัด ภาคใต้จำนวนมาก และยังเคยได้แชมป์ฟุตซอลประเทศไทย ที่จังหวัดกาญจนบุรี โดยล่าสุดคว้าแชมป์ระดับประเทศ กีฬา อปท.ครั้งที่ 35 นครภูเก็ตเกมส์ เดือนธันวาคม 2560 ที่ผ่านมา นอกจากนั้นเด็ก ๆ มีโอกาสไปเป็นนักฟุตบอลอาชีพร่วมทีมกับสโมสรต่าง ๆ แข่งขันในระดับ ดิวิชั่น 1 ดิวิชั่น 2 และบางคนก้าวถึงทีมชาติก็มีหลายคน ตนปั้นเด็กมาเยอะ และก่อนนี้เคยทำทีมผู้ใหญ่มาหลายทีม จึงก็อยากมาส่งเสริมด้านล่างบ้างเพื่อส่งเสริมให้เด็กได้พัฒนาตนเองไปเล่นฟุตบอลอาชีพ คนที่มีมีความรู้ และมีเวลาว่างหากมีจิตอาสาด้วยก็ไปทำอะไรได้หลายอย่างที่เกิดประโยชน์ต่อสังคม ในบางครั้งน้ำที่ไม่เต็มแก้วเราก็ไปเติมให้เต็มแก้ว เอาความรู้ที่เรามีอยู่มาพัฒนาให้เด็กก้าวไปสู่การเป็นฟุตบอลสมัครเล่นและผลักดันให้ไปสู่นักฟุตบอลอาชีพบ้าง ซึ่งตนไม่ได้หวังอะไรมากเพียงแต่สงสารเด็กที่เขาไปเรียนมาที่ต่าง ๆ ที่ต้องเสียเงินเสียทองและผมก็มีจิตอาสาคือสอนฟรี ใครก็ได้ที่อยากเล่นฟุตบอลมาสมัครมาได้เลย”
นายประสิทธิ์ เมฆาระหรือ “โค้ชแป้ง” กล่าวอีกว่า ในปีนี้เด็ก ๆ ในทีมที่ตนเป็นโค้ชฝึกฝนให้ ได้รับการคัดเลือกเข้าเรียนในโรงเรียนที่มีคามโดเด่นด้านการกีฬับ 10 คน อาทิ ด.ช.ณัฐพล รัตนสุภา หรือ”น้องฟอร์ด” ได้รับการคัดเลือกเขาเรียนโรงเรียนราชวินิตบางเขน ด.ช.ศุภวิชณ์ นะฤทธิ์ “น้องโอเปิ้ล”, ด.ช.ณัฐพล รัตนสุภา “น้องฟอร์ด”, ด.ช.ศิวพล การะเวช“น้องอิม” ได้รับการคัดเลือกเข้าเรียนโรงเรียนโรงเรียนปทุมคงคา ด.ช.ญาณพัฒน์ กระหรีม “น้องซาฟิน”, ด.ช.พีรัชชัย ยุวเชียร “น้องอั๋น”, ด.ช.ศิวพล การะเวช “น้องอิม” และ ด.ช.ปฎิภาณ ศรีทอง “น้องเต้” ได้รับการคัดเลือกเข้าเรียนโรงเรียนกีฬานครนนท์วิทยา 6 ซึ่งบางคนได้รับการคัดเลือกให้เข้าเรียนถึง 2 แห่งอยู่ระหว่างการตัดสินใจว่าจะเลือกเรียนโรงเรียนไหนดี
“ในช่วงปลายปีผมก็จะเกษียณอายุราชการ แต่ผมก็จะยังรับฝึกเยาวชนให้เล่นกีฬาฟุตบอลเหมือนเดิม ถือเป็นการดูแลสุขภาพร่างกายของตัวเองและใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ในการพัฒนา ส่งเสริมให้เยาวชนในจังหวัดนครศรีธรรมราช มีโอกาสในกีฬาฟุตบอล ที่สำคัญเมื่อเด็กมาฝึกตรงนี้ มันส่งเสริมร่างกายสมบูรณ์ เด็กก็เรียนหนังสือเก๋ง มีระเบียบวินัยและที่สำคัญเราต้องชนะตัวเองก่อนถึงจะชนะคู่ต่อสู้ได้ ไม่ได้สอนให้เก๋งกีฬาอย่างเดียว แต่สอนให้รู้จักสัมมาคารวะมีความสุภาพอ่อนน้อม มีน้ำใจช่วยเหลือเจือจุนคนอื่น ตรงนี้ต่างหากที่เป็นความมุ่งหวังของผม ไม่ได้คิดว่าต้องใช้เงินเองไปอบรมโค๊ชมาแล้วก็ต้องนำมาหาเงิน หารายได้ แต่ตนคิดว่าต้องทำให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมให้มากที่สุด รู้สึกสบายใจที่ได้ทำทุกอย่างให้เด็ก ๆ และรู้สึกเช่นเดียวกันว่าเด็ก ๆ ก็ไว้ใจและรักเราเหมือนพ่อ มันแสดงให้เห็นจิตวิญญาณความเป็นครูที่ทุ่มเท เอาใจใส่เด็ก ๆได้เป็นอย่างดี นายประสิทธิ์ “โค้ชแป้ง” กล่าวยืนยันอย่าภาคภูมิใจ
นางกัลยาณี กัลยาณี หรือกะหนิง อายุ 45 ปี ผู้ปกครองที่นำลูกมาฝึกฟุตบอลกับโค๊ชแป้ง กล่าวว่า ตนรู้สึกดีใจที่ได้นำลูกมาเรียนมาฝึกฟุตบอลกับโค้ชแป้ง และดีใจที่ในสังคมปัจจุบันยังมีคุณครูดี ๆ คนหนึ่ง ที่เสียสละ ทุ่มเทกำลังกาย กำลังทรัพย์ ด้วยความมุ่งมั่น พยายามเป็นที่สุด โดยโค้ชแป้งนำนักเรียนจากหลายโรงเรียน ต่างพ่อ ต่างแม่ ต่างฐานะ มารวมกลุ่มเพื่อทำการฝึกสอนฟุตบอลโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น ทำให้เด็กที่ยากจน ด้อยโอกาสในสังคมมีการพัฒนาตนเองด้านทักษะ ความสามารถด้านการกีฬา และยังได้รับการพัฒนาด้านจิตใจ จนเด็ก ๆหลายคนประสบความสำเร็จเป็นนักกีฬาที่มีชื่อเสียงได้อย่างไม่น่าเชื่อ
ส่วนนางโสรยา โกมล กล่าวย้ำว่า คุณครูประสิทธิ์ หรือโค้ชแป้ง ได้พิสูจน์ให้เห็นบทบาทของครูอย่างแท้จริง เพราะครู ไม่ได้หมายความไว้แค่เป็นผู้ที่ให้ความรู้และสอนตามบทเรียนต่าง ๆ ในหนังสือและในห้องเรียนเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ครูที่เท็จจริงต้องเป็นผู้อุทิศตนเอง เสียสละ ดูแลเอาใจใส่ อบรมสั่งสอน และฝึกฝนให้เด็ก ๆ เป็นคนดีของสังคมโดยที่ไม่หวังสิ่งใดตอบแทน อยากให้มีครูที่มีความคิด เหมือนครูแป้งหรือโค้ชแป้งเยอะ ๆ เชื่อว่าจะทำให้เด็ก ๆในจังหวัดนครศรีธรรมราชได้รับโอกาสในการพัฒนาทักษะชีวิต โดยเฉพาะด้านการกีฬาฟุตบอลเพิ่มมากขึ้น.
ไพฑูรย์ อินทศิลา/กัญญาณัฐ เพ็ญสวัสดิ์/นครศรีธรรมราช
17 มี.ค. 2561

ใส่ความเห็น

Top
Loading...
ข้ามไปยังทูลบาร์