คาราวานบุญ!!l สมาคมสื่อเมืองคอนจัดกิจกรรม “คาราวานบุญ”

คาราวานบุญ!!l สมาคมสื่อเมืองคอนจัดกิจกรรม “คาราวานบุญ”–จับมือเครือข่ายพันธมิตรรุดเยี่ยมมอบเงินและสิ่งของช่วย “น้องมุข”สาวน้อยยอดกตัญญู(ชมคลิป)
สมาคมสื่อเมืองคอนจัดกิจกรรม “คาราวานบุญ”–จับมือเครือข่ายพันธมิตรรุดเยี่ยมมอบเงินและสิ่งของช่วย “น้องมุข”สาวน้อยยอดกตัญญู-บริษัทบีโฮม ออกแบบตกแต่งบ้านและร้านสุขแก้วค้าวัสดุก่อสร้างนำทีมช่างสำรวจพร้อมรับปรับปรุงซ่อมแซมบ้านให้-ส่วน “น้องมุข” ฝันเป็นจริงได้เรียนต่อ ปวช.
จากกรณีที่ศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รับการร้องเรียนเพื่อช่วยเหลือ น.ส. คนางค์ทิพย์ ทองดี หรือ “น้องมุข” อายุ 15 ปี ซึ่งเรียนกำลังจะจบชั้น ม. 3 โรงเรียนราชประขานุเคราะห์ 8 บ้านหน้าทัพ อ ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ต้องการจะเรียนต่อในระดับ ปวช. แต่เนื่องจากฐานะทางครอบครัวยากไร้ อาศัยอยู่กับนายวีระ ทองดี อายุ 41 ปี พ่อของน้องมุข ที่บ้านเลขที่ 175 หมู่ 6 ต ปากพูน อ เมือง จ นครศรีธรรมราช โดยน้องมุข เป็นเด็กยอดกตัญญูที่เพื่อนบ้านพากันยกย่องชื่นชมเนื่องจากรับภาระดูแลปรนนิบัติแม่ที่ประสบอุบัติเหตุพลัดตกจากต้นขี้เหล็กจนกลายเป็นอัมพฤกษ์-อัมพาตเมื่อ 8 ปีก่อนและ เพิ่งเสียชีวิตเมื่อไม่นานมานี้เอง ในขณะที่นายวีระ มีอาชีพรับจ้างทั่วไปมีรายได้วันละ 200-300 บาทต้องจ่ายหนี้นอกระบบในช่วงที่แม่น้องมุขป่วยนอนติดเตียง จึงไม่มีปัญญาจะส่งเสียให้เรียนต่อ ตามที่น้องมุขต้องการได้ แม้แต่บ้านที่อยู่อาศัยก็ไม่มีบานประตู หน้าต่าง เสี่ยงที่จะเกิดอันตรายต่อชีวิตและร่างกายน้องมุข โดยในวันที่พ่อน้องมุขกลับบ้านดึกหรือรับจ้างทำงานกลางคืนญาติ ๆ และเพื่อนบ้านต้องมานำตัวไปนอนที่บ้าน เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นกับน้องมุขได้ จึงวิงวอนผู้ใจบุญยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ โดยบริจาคเงินผ่านบัญชีสมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น


(18 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเย็นวานนี้ (17 มี.ค.)นายไพฑูรย์ อินทศิลา อุปนายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช และประธานศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.พร้อมด้วยนายวัฒนา สินธะ กรรมการสมาคม และประธานชมรมออฟโรดจังหวัดนครศรีธรรมราช จะจัดกิจกรรม “คาราวานบุญ” เดินทางไปที่บ้านของออกแบบตกน้องมุข เพื่อประสานเกี่ยวกับกรณีที่สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช ร่วมกับชมรมออฟโรดจังหวัดนครศรีธรรมราช บริษัทบีโฮม ออกแบบตกแต่งบ้านและร้านสุขแก้ว ค้าวัสดุก่อสร้าง จะนำคณะรวมกว่า 30 คนร่วมเดินทางไปมอบเงินและสิ่งของช่วยเหลือครอบครัวน้องมุข รวมทั้งบริษัทบีโฮมและร้านสุขแก้ว จะนำช่างลงไปสำรวจตรวจสอบส่วนของบ้านที่จะต้องรับปรุงซ่อมแซม โดยเฉพาะจะจัดเตรียมในส่วนของบานประตู หน้าต่าง ประตูห้องน้ำ สำเร็จรูปไปติดตั้งให้เรียบร้อยในวันเดียวกัน โดยคณะทั้งหมดมีกำหนดเดินทางถึงบ้านของน้องมุขในเวลาประมาณ 13.00 น. ของวันที่ 18 มี.ค. 2561 จึงขอให้นายวีระ ทองดี หยุดออกไปทำงานรับจ้าง 1 วัน เพื่อรอต้อนรับคณะและรับมอบเงินพร้อมสิ่งของจากคณะคาราวานบญ
โดยเมื่อไปถึงพบนายวีระ และน้องมุข อยู่ภายในบ้าน และนำตรวจสอบบ้านทั้งด้านในและด้านนอก ซึ่งพบว่าเป็นหลังดังกล่าวเป็นบ้านเก่าแก่ของพ่อแม่นายวีระ เดิมเป็นบ้านหลังใหญ่ 2 ชั้นแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ในปัจจุบันส่วนด้านข้างทั้งสองข้างชำรุดทรุดโทรมเหลือแต่ผนังปูนเก่า ไม่มีหลังคา และส่วนตรงกลางเป็นส่วนที่นายวีระ พยายามปรับปรุงซ่อมแซมให้พออาศัยอยู่กับน้องมุขได้ ซึ่งฝาผนังปูนในส่วนที่เปื่อยผุพัง หมดสภาพนายวีระ ได้ซื้ออิฐมาก่อใหม่เชื่อมต่อกับของเก่าที่ยังพอจะใช้การได้ ประตูเข้าบ้าน 3 ทางมีการใช้บานประตูเก่า ๆ ที่ไม่ได้ขนาดมาติดตั้งซึ่งไม่แข็งแรงนัก โดยเฉพาะประตูหน้าบ้านขนาดประตูเล็กและสั้นทำให้มีช่องว่างด้านล่างเกือบ 20 ชม. ส่วนด้านหลังบ้านซึ่งออกไปยังห้องน้ำไม่มีบานประตูและใช้ผ้าเก่า ๆ ขึงปิดเอาไว้ สำหรับห้องน้ำ ห้องส้วมซึ่งอยู่ด้านนอกตัวบ้านไม่มีประตู เมื่อเวลาเข้าห้องน้ำจะใช้ประตูพลาสติกเก่า ๆ มาวางปิดเพื่อป้องกันคนมองจากด้านนอกเห็นในห้องน้ำ ซึ่งในปัจจุบันพบว่าห้องส้วมยังเต็มราดอุจจาระไม่ลงอีกด้วย


“ส่วนหน้าต่างแม้จะมีบานหน้าต่างเก่า ๆ ปิดอยู่แต่ก็ชำรุด ผุพังจนไม่สามารถเปิดออกได้ โครงหลังคาทำด้วยไม้ก็มีปลวกกัดกินจนผุพัง รับน้ำหนักไม่ค่อยไหว ทำให้หลังคาบางส่วนทรุด กระเบื้องแตกเป็นช่อง ทำให้หลังคารั่วหลายจุด ภายในบ้านมีพัดลมเก่า ๆ 1 ตัว โทรทัศน์ 14 นี้รุ่นเก่า 1 ตัว ทราบว่าได้รับการบริจาคมรจากวัดศาลาบางปู นอกจากนี้ยังได้รับบริจาคตู้เสื้อผ้า 1 ตัว โซฟาเก่า ๆ 1 ชุด มีเสื้อปูนอนซึ่งเป็นที่นอนของน้องมุขวางอยู่มุมหนึ่งของบ้าน ส่วนที่นายของนายวีระ อยู่อีกมุมหนึ่งของบ้าน โดยทั้งบ้านมีไฟส่องาสว่างเพียง 1 ดวงเท่านั้น”


น.ส. คนางค์ทิพย์ ทองดี หรือ “น้องมุข” กล่าวว่า ในช่วงที่ตนอายุ 7-8 ขวบแม่ป่วยเป็นอัมพาตตนรับหน้าที่ปรนนิบัติดูแลแม่มานานถึง 8 ปีเต็ม ๆ ทั้งการเช็ดทำคามสะอาดร่างกายให้แม่ เปลี่ยนแพมเพิส ล้างแผลกดทับพร้อมใส่ยารักษาแผล จนแม่เพิ่งเสียชีวิตเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งเสื่อปูนอนของแม่คือที่นอนของตนในปัจจุบัน แต่ในระยะหลังช่วงกลางคืนญาติ ๆ และชาวบ้านไม่ยอมให้ตนนอนที่บ้านเพราะบ้านไม่มีประตูจึงเสี่ยงอันตราย ตนจึงไปนอนบ้านญาติ ๆ ที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 300 เมตร ตนสงสารพ่อที่ทำงานหามรุ่งหามค่ำเพื่อหาเลี้ยงครอบครัวแต่ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่าย เมื่อเก็บเงินได้หลักพันพ่อก็จะไปซื้ออิฐ ซื้อปูนมาก่อเสริมในจุดที่ผุพัง ตอนแรกพ่อบอกว่าเมื่อตนจบ ม. 3 ก็ให้ออกมาหางานทำ แต่ตนอยากเรียนต่อในระดับ ปวช. จึงไปสมัครเรียนในแผนกคอมพิวเตอร์ธุรกิจที่วิทยาลัยสารพัดช่างนครศรีธรรมราช อยู่ห่างจากบ้านประมาณ 10 กม.


“หลังจากสื่อมวลชนนำเสนอข่าวจนได้รับธารน้ำใจช่วยเหลือเข้ามาจำนวนหนึ่ง โดยมีคนที่ทราบข่าวทางสื่อมวลชนนำหม้อหุงข้าวใหม่มามอบให้ 1 ใบ เงินสด 1,000 บาท และทราบจากสื่อมวลชนว่ามียอดบริจาคผ่านสมาคม ฯและชมรมออฟโรดอีกไม่น้อย พ่อจึงตกลงให้ตนเรียนต่อในระดับ ปวช.แล้ว ตนจะเก็บเงินที่ได้รับบริจาคไว้เป็นทุนการศึกษาและจะใช้จ่ายอย่างประหยัดที่สุด ส่วนบ้านที่จะมีผู้ใหญ่ใจดีมาปรับปรุงซ่อมแซมให้ตนดีใจมาก หากเป็นไปได้น้องจากช่วยติดตั้งบานประตู หน้าต่างให้แล้วอยากให้ช่วยกันห้องเล็ก ๆ ขนาด 3 x3 เมตรให้ตนด้วยจะขอบพระคุณมาก ๆ” น้องมุขกล่าว


ทางด้านนายวีระ ทองดี กล่าวว่า ตนเป็นน้องสุดท้องได้รับมรดกบ้านหลังใหญ่ที่พ่อแม่เคยอยู่อาศัย เป็นบ้านเก่าอายุน่าจะกว่า 50 ปีแล้ว ในช่วงที่ภรรยาของตนเป็นอัมพาเมื่อ 8 ปีก่อนตนต้องนำภรรยาไปรักษาตัวที่ที่ รพ.รัฐและแพทย์แผนไทยอย่างต่อเนื่อง จึงไม่ได้ทำงานหารายได้เลย เงินที่เก็บออมไว้ถูกนำออกมาใช้จ่ายจนหมด บ้านที่ตนเอาไปค้ำประกันเงินกู้ธนาคารก็ถูกยึดขายทอดตลาด ยังดีที่พี่สาวไปไถ่คืนมาให้และให้ตนอยู่อาศัยกับน้องมุขบุตรสาว แต่ก็ไม่มีปัญญาปรับปรุงซ่อมแซมจนบ้านชำรุด ทรุดโทรม ผุพังเหลือเฉพาะส่วนตรงกลางที่พอจะอยู่อาศัยได้ โดยในช่วง 3-4 ปีหลังที่ผ่านน้องมุข เริ่มโตเป็นสาวและรับภาระปรนนิบัติดูแลแม่ ตนก็พอมีเวลาไปทำงานหารายได้บ้าง จนภรรยามาเสียชีวิตไปเมื่อ 2 เดือนเศษที่ผ่านมา


“ตอนนี้ผมจึงทุ่มเทสุดชีวิตในการทำงานเพื่อหาเงินมาปรับปรุงซ่อมแซมบ้าน ผมทำงานทุกอย่างที่มีคนจ้าง ทั้งรับจ้างทาสี ฉีดหญ้า ตัดทะลายปาล์ม ตัดอ้อย เก็บมะพร้าวจ้าง เป็นต้น แต่รายได้ก็เพียงอยู่รอดไปวัน ๆ เท่านั้น โดยผมไม่ยุ่งเกี่ยวกับอบายมุขทั้งปวง ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ผมขอบพระคุณผู้ใจบุญทุกท่านที่ยื่นมือเข้ามช่วยเหลือสานฝันให้น้องมุขบุตรสาวของผมได้เรียนต่อในระดับ ปวช. และช่วยปรับปรุงซ่อมแซมบ้านให้ตน ผมยืนยันว่าจะเป็นคนดีของสังคมตลอดไป นายวีระ กล่าวในที่สุด.
ไพฑูรย์ อินทศิลา/กัญญาณัฐ เพ็ญสวัสดิ์ /นครศรีธรรมราช
18 มี.ค. 2561

ใส่ความเห็น

Top
Loading...
ข้ามไปยังทูลบาร์