วิงวอนผู้ใจบุญสานฝันอนาคตของเด็ก“น้องมุข”สาวน้อยยอดกตัญญูปรนนิบัติแม่อัมพฤกษ์ 8 ปี-จบ ม.3 อยากเรียนต่อ ปวช.

วิงวอนผู้ใจบุญสานฝัน“น้องมุข”สาวน้อยยอดกตัญญูปรนนิบัติแม่อัมพฤกษ์ 8 ปี-จบ ม.3 อยากเรียนต่อ ปวช.

วิงวอนผู้ใจบุญยืนมือช่วยสานผัน “น้องมุข”สาวน้อยยอดกตัญญูเรียนต่อ ปวช.-หลังปรนนิบัติแม่อัมพฤกษ์ 8 ปีจนแม่เสียชีวิต-สุดยากไร้บ้านผุพังไม่มีประตู บานหน้าต่าง -จบ ม.3 หมดปัญญาเรียนต่อ-ชาวบ้านพ่อทำงานกลับบ้านดึกพาไปนอนที่บ้านหวั่นอันตรายตกเป็นเหยื่อกามโจ๋ขี้ยา

(14 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเย็นวานนี้ ( 13 มี.ค.) ศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งจากนายวัฒนา สินธะ กรรมการสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช

และ ผอ.สถานีวิทยุโมคลานเรดิโอ ว่า น.ส. คนางค์ทิพย์ ทองดี หรือ “น้องมุข” อายุ 15 ปี ซึ่งเรียนกำลังจะจบชั้น ม. 3 โรงเรียนราชประขานุเคราะห์ 8 บ้านหน้าทัพ อ ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ต้องการจะเรียนต่อในระดับ ปวช. แต่เนื่องจากฐานะทางครอบครัวยากไร้ อาศัยอยู่กับนายวีระ ทองดี อายุ 41 ปี พ่อของน้องมุข ที่บ้านเลขที่ 175 หมู่ 6 ต ปากพูน อ เมือง จ นครศรีธรรมราช โดยนายวีระ มีอาชีพรับจ้างทั่วไปมีรายได้วันละ 200-300 บ้าน ส่วนแม่พลัดตกจากต้นขี้เหล็กเป็นอัมพฤกษ์นอนติดเตียงนาน 8 ปี เพิ่งเสียชีวิตเมื่อไม่นานมานี้เอง จึงไม่มีปัญญาจะส่งเสียให้เรียนต่อ จึงอยากจะขอความช่วยเหลือจากผู้ใจบุญผ่านทางสื่อมวลชนให้ยื่นมือเข้ามาช่วย น.ส.คนางค์ทิพย์ หรือน้องมุข ให้ได้เรียนต่อในระดับ ปวช.ด้วย

ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบที่บ้าน 175 หมู่ 6 ต ปากพูน อ เมือง จ นครศรีธรรมราช และต้องตกตะลึงกับบ้านของ น.ส.คนางค์ทิพย์ หรือ “น้องมุข” เป็นบ้านที่มีเฉพาะโครงสร้างเป็นปูนเก่า ๆ แต่บ้านเปิดโล่งไม่มีประตู หน้าต่าง หลังคามุ่งกระเบื้องมีรอยแตกจนหลังคารั่วหลายจุด ภายในบ้านพบเสื้อผ้าเก่า ๆ และข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นเพียงไม่ชิ้น มีพัดลมเก้า เตาแก๊สหุงต้ม ซึ่งได้รับการบริจาคมาจากวัดศาลาบางปูและจากเพื่อนบ้าน มุมหนึ่งเป็นที่นอนของ น.ส.คนางค์ทิพย์ หรือน้องมุข ส่วนอีกมุมหนึ่งเป็นที่ที่หลับนอนของนาย วีระ ทองดี อายุ 41 ปี พ่อของน้องมุข โดยแม้จะใกล้ค่ำแล้วแต่นายวีระ ยังไม่กลับเข้าบ้านทราบว่าไปรับจ้างแทงทะลายปาล์มยังไม่เสร็จ และที่น่าสะเทือนใจคือมีห่อผ้าสีขาววางในจานกระเบื้องตั้งอยู่บนโต๊ะเก่า ๆ มีขวดน้ำ 2 ขวดวางไว้ใกล้ ๆทราบว่าห่อผ้าขาวดังกล่าวเป็นห่อเถ้ากระดูกแม่ของ น.ส.คนางค์ทิพย์ หรือน้องมุข ซึ่งเพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อเร็ว ๆ นี้

 

ชาวบ้านที่ทราบข่าวว่ามีสื่อมวลชนมาเยี่ยมบ้าน น.ส.คนางค์ทิพย์ หรือน้องมุข ต่างแห่เดินทางมาพบผู้สื่อข่าวและวิงวอนขอร้องให้ช่วยเหลือน้องมุข เนื่องจากเป็นเด็กที่นิสัยเรียบร้อย ขยันเรียน และยังทีความกตัญญูกตเวทีเป็นที่ประจักษ์ โดยเมื่อ 8 ปีก่อนตอนที่น้องมุขอายุ 7 ขวบแม่ของน้องมุขได้ปีนขึ้นไปเก็บดอกขี้เหล็กเพื่อนำไปปรุงเป็นอาหารและจำหน่ายหารายได้แต่เกิดพลัดตกลงมาจากต้นขี้เหล็ก จนร่างกายกลายเป็นอัมพฤกษ์นอนติดเตียง มีแผลกดทับเน่าแฟะ น้องมุขต้องรับภาระในการดูแลปรนนิบัติแม่ตั้งแต่เรียน ป. 1 ก่อนไปโรงเรียนก็ต้องเก็บกวาดบ้าน หุงหาอาหารป้อนให้แม่ก่อนไปโรงเรียน ตอเที่ยงก็จะเดินกลับมาปรนนิบัติดูแลแม่ก่อนจะกลับไปเรียนต่อในช่วงบ่าย หลังเลิกเรียนก็ต้องรีบกลับมาทำงานบ้าน หุงหาอาหาร ในขณะที่พ่อต้องทำงานคนเดียวออกไปรับจ้างหามรุ่งหามค่ำ ภาระการดูแลบ้านและปรนนิบัติแม่จึงตกอยู่กับน้องมุขเด็กน้อยแต่เพียงคนเดียว จนเมื่อไม่นานมานี้เองแม่ของน้องมุขได้เสียชีวิตลงหลังประกอบพิธีทางศาสนาและเผปาศพแม่น้องมุขได้เก็บเถ้ากระดูกห่อผ้าขาวมาในจานกระเบื้องเพื่อกราบไหม้บูชา

“ที่ผ่านมาชาวบ้านสงสารน้องมุขเป็นอย่างมากเพราะเป็นเด็กยอดกตัญญูที่หาได้ไม่ง่ายรักในสังคมปัจจุบัน ชาวบ้านจึงพยามแบ่งปันอาหาร ข้าวของเครื่องใช้มาช่วยเหลือจุนเจือครอบครัวของน้องมุขมาตลอด อย่างไรก็ตามในปัจจุบันน้องมุขโตเป็นสาวแรกรุ่นต้องนอนในบ้านที่ไม่มีประตูบ้าน ไม่มีหน้าต่าง ทั้งประตูแลเหน้าต่างเปิดโล่งซึ่งอันตรายกับน้องมุขเป็นอย่างมาก เพราะในพื้นที่มีวัยรุ่นติดตามยาเสพติดมาก จึงอาจจะไม่ปลอดภัยกับน้องมุขโดยเฉพาะความปลอดภัยในร่างกาย หากคืนไหนที่นายวีระ พ่อน้องมุข กลับเข้าบานมือค่ำหรือดึก ๆ ชาวบ้านก็จะมานำน้องมุบไปนอนที่บ้านเพื่อป้องกันเหตะร้ายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ จึงอยากให้สื่อมวลชนช่วยเป็นสื่อกลางในการช่วยเหลือเรื่องการศึกษาต่อของน่องมุขด้วย” ชาวบ้านกล่าวเป็นเสียงเดียวกัน

ในขณะที่ น.ส.คนางค์ทิพย์ หรือน้องมุข กล่าวว่า แม่หนูเป็นคนจังหวัดร้อยเอ็ด แม้จะมีฐานะยากจนแต่แม่กับพ่อก็เป็นคนขยันทำมาหากินอย่างสุจริต แต่หลังจากแม่ประสบอุบัติเหตุพลัดตกจากต้นขี้เหล็กกลายเป็นอัมพฤกษ์นอนนิ่งอยู่กับที่มานาน 8 ปี พ่อต้องทำงานคนเดียวรายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่ายและต้องใช้ในการรักษาแม่ พ่อจึงหยิบยืมเงินนอกระบบเป็นหนี้เป็นสินก้อนใหญ่ จนแม่เสียชีวิตเมื่อไม่นานมานี้เอง ทุกวันพ่อจะออกไปหางานรับจ้างทำเพื่อหารายได้มาเลี้ยงครอบครัวและปลดหนี้ จนไม่มีเงินเหลือพอที่จะซ่อมแซมบ้านที่ชำรุด ผุพัง ไม่มีประตู ไม่มีบานหน้าต่าง รวมทั้งหลังคารั่วหลายจุด แต่หนูกับพ่อก็ทนที่จะอยู่ในสภาพอย่างนี้ได้ แต่ปัญหาหลักในขณะนี้คือหนูกำลังจะจบชั้น ม. 3 และได้ไปสมัครเรียนสายอาชีพระดับ ปวช.ที่วิทยาลัยสารพัดช่างนครศรีธรรมราช ห่างจากบ้านประมาณ 10 กม. แต่นายวีระ พ่อไม่ต้องการให้เรียนต่อ พ่อบอกว่าไม่มีปัญหาส่งเสียจบแค่ ม. 3 ก็พอแล้ว

 

“หนูอยากเรียนให้จบระดับ ปวช.อย่างน้อยจะได้ไปสมัครงานทำมีรายได้เลี้ยงมาจุนเจือครอบครัวเต็มที่มากขึ้น แต่หากจบ ม. 3 ไม่รู้จะไปทำงานอะไร แม้พ่อจะไม่ให้เรียนแต่หนูจะกราบวิงวอนพ่อให้อนุญาตให้หนูไปเรียนต่อในระดับ ปวช.หนูจะรบกวนพ่อให้น้อยที่สุด โดยซึ่งในวันที่ 11 เม.ย. นี้หนูจะต้องไปรายงานตัวเรียนระดับ ปวช.ที่วิทยาลัยสารพัดช่างนครศรีธรรมราช ในวันรายงานตัวน่าจะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 1,500 บาท แต่หนูยังไม่มีเงินเลยจึงไม่รู้เหมือนกันว่าจะหาเงินที่ไหนไปรายงานตัวและเป็นค่าใช้จ่ายในการเล่าเรียน หนูจึงอยากกราบวิงวอนผู้ใจบุญทั้งหลายผ่านทางสื่อผู้สื่อข่าวโปรดยื่นมือมาช่วยเหลือให้หนูได้เรียนจบระดับ ปวช.ด้วยเถิด “น้องมุขกล่าวด้วยใบหน้าเศร้าสร้อย”

ทางด้านนายไพฑูรย์ อินทศิลา อุปนายกสมาคมสื่อมวลชนและประธานศูนย์กล่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า ทางสมาคมสื่อมวลชน ฯจะช่วยเหลือเรื่องเงินที่จะต้องใช้จ่ายในการรายงานตัวเข้าเรียนในวิทยาลัยสารพัดช่างนครศรีธรรมราชในวันที่ 11 เม.ย. 2561 นี้รวมทั้งค่าเสื้อผ้า รองเท้าและอื่น ๆ และขอเป็นสื่อกลางไปยังผู้ใจบุญทั่วประเทศได้โปรดยื่นมือเขช้ามาช่วยเหลือ น.ส.คนางค์ทิพย์ หรือน้องมุขด้วย โดยสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ 081-6761299 หรือโอนเงินเข้าบัญชีสมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราชเลขบัญชี 389-0-09343-4 ซึ่งหากได้รับการช่วยเหลือมีเงินมากเพียงพอจะทำการปรับปรุงซ่อมแซมหรือสร้างบ้านใหม่ให้ น.ส.คนางค์ทิพย์ หรือน้องมุขอีกด้วย.

สมาคมสือมวลชนนครศรีธรรมราช

ไพฑูรย์ อินทศิลา/กัญญาณัฐ เพ็ญสวัสดิ์ /นครศรีธรรมราช
14 มี.ค. 2561

ใส่ความเห็น

Top
Loading...
ข้ามไปยังทูลบาร์