ชาวบ้านท่ายาง อ.ทุ่งใหญ่ น้ำใจงามร่วมกันบริจาคเงินและออกแรงสร้างบ้านให้ ลุงไข่

ชาวบ้านท่ายาง อ.ทุ่งใหญ่ น้ำใจงามร่วมกันบริจาคเงินและออกแรงสร้างบ้านให้ ลุงไข่ สัปเหร่อคนดีมีน้ำใจ เนื่องจากบ้านเก่าทรุดโทรม ผุพัง จนแทบจะไม่สามารถอาศัยอยู่ได้ ชาวบ้านจึงช่วยกันรื้อบ้านหลังเก่าแล้วลงขันกันสร้างหลังใหม่ให้ โดยมีผู้ร่วมบริจาคเงินร่วมสร้างใหม่ให้รวมกว่า 1 แสนบาท เพื่อให้ลุงไข่ได้อาศัยอยู่กับภรรยาในยามแก่ชรา

 13 มี.ค. ที่บ้านเลขที่ 156 หมู่ 4 ต.ท่ายาง อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช นายนายรวิศร เสนเผือก ปลัดอาวุโส อำเภอทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช เป็นประธานในพิธีมอบบ้านหลังใหม่ให้กับครอบครัวของนายณรงค์ เพชรนาค หรือ “ลุงไข่” อายุ 82 ปี สัปเหร่อคนดีมีน้ำใจประจำวัดควนสระบัว หมู่ 2 ต.ท่ายาง อยู่บ้านปลายคลอง

 ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 20 ก.พ.2561 นายธีระชัย เพชรอาวุธ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 4 ต.ท่ายาง อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ร่วมมือกับชาวบ้านในชุมชนลงขันและลงแรงสร้างบ้านให้กับนายณรงค์ หรือลุงไข่ สัปเหร่อคนดีมีน้ำใจประจำวัดควนสระบัว ที่มีฐานยากจนบ้านเก่าคร่ำคร่า และชำรุดทรุดโทรมอย่างหนัก อาศัยอยู่กับนางสุนีพร เพชรนาค อายุ 55 ปี ภรรยา ซึ่งมีอาชีพรับจ้างทั่วไป ซึ่งนับเป็นครอบครัวยากจนแต่ลุงไข่และภรรยากลับมีน้ำใจชอบช่วยเหลือผู้อื่นในหมู่บ้านตลอดมา

 นายสุนทร สุวรรณฤทธิ์ สมาชิก อบต.ท่ายาง กล่าวว่าได้เห็นความลำบากของครอบครัวลุงไข่ สัปเหร่อคนดีมานานหลายปีแล้ว จึงหารือกับนายประยงค์ เอมพันธุ์ อดีตกำนันตำบลท่ายาง และผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่เพื่อจะหาทุนมาช่วยซ่อมบ้านของลุงไข่ ต่อมามีโครงการสร้างบ้านให้ผู้ยากไร้ของอำเภอทุ่งใหญ่ 1 ตำบล 1 ครัวเรือน ด้วยเงินงบประมาณของทางราชการ 25,000 บาท แต่งบเท่านั้นไม่เพียงพอในการก่อสร้างบ้านใหม่ให้ลุงไข่ จึงได้ระดมชาวบ้านมาช่วยกันบริจาคเงินเพิ่มเติม

 ซึ่งนายจอมไกร สวัสดิวงศ์ สมาชิกสภาจังหวัดนครศรีธรรมราช นายสุเมธ หลุ่ยจิ๋ว นายก อบต.ท่ายาง ร่วมสมทบเงินส่วนตัวจำนวนหนึ่ง รวมทั้งชาวบ้านอีกหลายรายร่วมกันบริจาคเงินสมทบทุนจนมียอดเงินกว่า 1 แสนบาท จากนั้นจึงช่วยกันออกแรงรื้อบ้านหลังเก่าและร่วมกันสร้างบ้านใหม่ให้ลุงไข่ โดย การร่วมแรงร่วมใจของชาวบ้านใช้เวลาไม่ถึง 1 เดือนก็สร้างบ้านใหม่ให้ลุงไข่เสร็จเรียบร้อย

ในขณะที่ลุงไข่ กล่าวว่า ตนตื้นตันใจจริง ๆ ตนไม่รู้จะตอบแทนน้ำใจของทุกคนได้อย่างไร จึงขออวยพระด้วยใจจริงให้ทุกคน มีแต่ความสุขความเจริญยิ่ง ๆ ขึ้นไป ตนต้องขอบคุณชาวบ้านทุกคน ซึ่งในปัจจุบันตนอายุ 82 ปีแล้ว ส่วนภรรยาอายุ 55 ปี ตนและภรรยาคงมีบ้านอยู่อาศัยที่สุขสบายในบั้นปลายของชีวิต ซางตนและภรรยาจะตั้งใจทำคามดีและช่วยเหลือเพื่อนบ้านทุกคนเท่าที่จะช่วยเหลือได้ ลุงไข่กล่าวด้วยน้ำตาคลอเบ้าในที่สุด.

 ภาพ/ข่าว ยุทธนะ เตมะศิริ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครศรีธรรมราช

ใส่ความเห็น

Top
Loading...
ข้ามไปยังทูลบาร์