เมืองคอนสังเวยศพที่ 8 ผู้ประสบภัยโวยการเมืองเกียร์ว่างไร้การช่วยเหลือ

เมืองคอนสังเวยศพที่ 8 ผู้ประสบภัยโวยการเมืองเกียร์ว่างไร้การช่วยเหลือ
ชาวเมืองคอนคร่ำครวญไร้การเมือง อปท.เกียร์ว่างไร้การช่วยเหลือ-ยอมเสี่ยงตายลุยน้ำออกหาอาหารและน้ำดื่ม-แฉสังเวยน้ำท่วมเป็นศพที่ 8
สถานการณ์ฝนตกหนักน้ำท่วมเต็มพื้นที่ทั้งจังหวัดนครศรีธรรมราชว่า ต้นเหตุหลักที่ทำให้เกิดผลกระทบรุนแรงมาจากฝนตกหนักในพื้นที่เทือกเขา ซึ่งอยู่ตอนกลางของจังหวัดก่อนจะไหลลงสู่ที่ต่ำในด้านทิศวันออกและทิศตะวันตก ลงผลให้เกิดน้ำท่วมรุนแรงทุกปี ซึ่งตลอดทั้งวัน สบก.นครศรีธรรมราช ได้รับการแจ้งรายงานความเสียหายที่เกิดขึ้นในทุกอำเภออย่างต่อเนื่อง โดยน้ำทะลักท่วมรันเวย์ทางท่าอากาศยานนครศรีธรรมราชจนต้องสั่งปิดการให้บริการ 2 ;น ระห่างวันที่ 7-8 ธ.ค.นี้ นอกจากนี้มีคนจมน้ำเสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีก 1 ศพคือนายฉ้วน ผอมดุก อายุ 78 ปี อยู่บ้านเลขที่ 36 หมู่ 6 ต.สวนหลวง จมน้ำเสียชีวิตอยู่ข้างถนนคอนกรีต เหตุเกิด หมู่11 ต.สวนหลวง อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครศรีธรรมราช นับเป็นศพที่ 7 จองจังหวัดนครศรีธรรมราช ตามที่เสนอข่าวอย่างต่อเนื่องมาแล้วนั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าเมื่อเวลา 11.00 น.วันนี้ ( 7 ธ.ค.60 ) พ.ต.ต.ไกรกฤต แขกเพ็ง สารวัตรสอบสวน สภ.พระพรหม จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งพบศพผู้เสียชีวิตจากการจมน้ำที่บริเวณซอยทุ่งปรัง 12 หมู่ 7 ต.นาสาร อ.พระพรหม จึงได้รุดไปที่เกิดเหตุพร้อมกับแพทย์และหน่วยกู้ภัยนคร เมื่อไปถึงพบว่าผู้เสียชีวิตลอยติดอยู่ในบ้านร้าง เจ้าห้าที่หน่วยกู้ภัยนครได้ลงไปนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาในสภาพที่ร่างกายเปลือยเปล่าเนื่องจากน้ำซัดจนผ้าหลุดหมด ทราบชื่อผู้เสียชีวิตนายวิเชียร คงทองอ่อน อายุ 70 ปีอยู่บ้านเลขที่ 200 หมู่ 7 ต.นาสาร อ.พระพรหม จ.นครศรีธรรมราช
ซึ่งจากการสอบสวนนายสวัสดิ์ คงทองอ่อน อายุ 59 ปี น้องชายผู้เสียชีวิตทราบว่า ก่อนเกิดเหตุเมื่อคืนที่ผ่านมา (6 ธ.ค) ขณะที่นายวิเชียรฯ เดินกลับบ้านซึ่งอยู่ในซอยทุ่งปรัง 12 และมีน้ำท่วมสูงและไหลเชี่ยวมาก โดยมีการนำเชือกมาขึงเพื่อให้ประชาชนที่อยู่ในซอยดังกล่าวได้ไต่เชือกเดินเข้าไปด้านซึ่งในขณะที่ เดินไต่เชือกลุยน้ำเข้าไปได้ครึ่งทางก็หมดแรงเนื่องจากกระแสน้ำไหลเชี่ยวมาก ตนเองได้เห็นก็ตะโกนบอกให้จับเชือกไว้ให้แน่น ๆ และจะโทรศัพท์แจ้งขอความช่วยเหลือจากหน่วยกู้ภัย ฯมาช่วยเหลือ จากนั้นจึงกลับเข้าไปในบ้านโทรติดต่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยมาช่วย แต่เมื่อวิ่งกลับมากลับพบว่านายวิเชียรฯ หายไปแปเชื่อว่าถูกกระแสน้ำพัดพาร่างจมหายไปแล้ว จึงร่วมกับเจ้าหน้าที่ช่วยกันออกค้นหาทั้งคืนก็ไม่พบ จนกระทั่งมาพบศพดังกล่าว ทั้งนี้จากสถานการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดนครศรีธรรมราช นายวิเชียรฯ เป็นรายที่ 8 ที่จมนำเสียชีวิตในจังหวัดนครศรีธรรมราช
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากการออกตรวจสอบในเขตเทศบาล นคร นครศรีธรรมราช พบว่าถนนพัฒนาการคูขวาง ซึ่งเป็นถนนสายหลักยังถูกน้ำท่วมขังในระดับ 30-50 ซ.ม. ระยะทางยาวกว่า 2 กม.ไม่เว้นแม้แต่หน้าห้างโรบินสัน-โอเชี่ยน ส่วนถนนปากนครหน้าตลาดสดคูขวางระยะน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร เป็นระยะทางกว่า 500 เมตร ต้องปิดตายการสัญจรไปมาในช่วงดังกล่าว ส่วนถนนซอยที่เชื่อมระหว่างถนนพัฒนาคูขวางกับถนนศรีปราชญ์ และถนนศรีธรรมโศกถูกน้ำท่วมจนไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ อาทิ ถนนประตูขาว ถนนซอยพืชผา ถนนมุมป้อม เป็นต้น น้ำท่วมสูง 1-2 เมตร ชาวบ้านส่วนใหญ่จะขึ้นไปอาศัยอยู่บนชั้น 2 ของบ้าน และมีความเดือดร้อนเรื่องอาหารและน้ำดื่มเป็นอย่างมาก เนื่องจากตั้งแต่ช่วงเกิดเหตุน้ำท่วมทั้ง 2 ระลอกยังไม่มีหน่วยงานใด ๆ เข้าไปช่วยเหลือแม้แต่น้อย บางครอบครัวจึงต้องเดินลุยน้ำออกมาซื้ออาหารและน้ำดื่มซึ่งอยู่ไกล ๆ หลายร้อยเมตรเสี่ยงต่อการจมน้ำเสียชีวิตเป็นอย่างมาก
ชาวบ้านหลายรายที่อยู่ชั้น 2 เมื่อทราบว่าสื่อมวลชนเข้ามาทำข่าว ได้เปิดประตู หรือหน้าต่างบ้านออกมาตะโกนฝากไปยังหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องให้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยด้วย โดยมีการเปรียบเทียบกันว่าในช่วงที่การเมืองปกติ และในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีผู้บริหารมาจากการเลือกตั้ง แค่ฝนตั้งเค้าก็มีการสั่งแพ็กถุงยังชีพเพื่อนำเข้าไปแจกจ่ายช่วยเหลือประชาชนแต่ละครอบครัวในทุกชุมชน แต่ในระยะนี้รัฐบาล คสช.ประกอบกับองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดใหญ่ ประกอบด้วย เทศบาลนคร นครศรีธรรมราช อบจ.นครศรีธรรมราช แต่เทศบาลผู้บริหารสูงสุดคือตัวนายก ฯถูกคำสั่ง ม.44 คสช.ให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ทำให้เทศบาล ฯมีรองนายกรักษาการ ส่วน อบจ.นายก ฯถูกใบแดงจากคดีทุจริตการเลือกตั้ง ต่อมามีปลัดปลัดหน้าที่นายก อบจ. ทำหน้าที่แทน แต่ถูกร้องเรียนเรื่องการแจกถุงยังชีพจนถูกคำสั่ง คสช.ให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ ฯในปัจจุบันรองปลัดปฏิบัติหน้าที่นายก ฯทำให้ในสถานการณ์ฉุกเฉินต่าง ๆ ที่ประชาชนต้องได้รับการดูแลช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน จึงไม่ได้รับการสนองตอบจากผู้ที่รักษาการหรือปฏิบัติหน้าที่นายก ฯ เพราะกลัวจะถูกร้อง สตง., ปปช.จนถูกคำสั่ง คสช.เล่นงานไปด้วย จึงไม่กล้าเสี่ยงในการเซ็นอนุมัติงบประมาณช่วยเหลือประชาชน และคิดว่าอยู่เฉย ๆ เข้าเกียร์ว่างดีกว่า ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่และความเดือดร้อนของประชาชนที่ประสบภัยอย่างชัดเจน ในขณะที่ทางกรมอุตุ ฯประกาศเตือนฝนตำหนักระลอก 3 ระหว่างวันที่ 9-11 ธ.ค.นี้ ชาวบ้านจึงมีแต่ตายกับตาย ตายอย่างเขียดแน่นอน
ไพฑูรย์ อินทศิลา /กัญญาณัฐ เพ็ญสวัสดิ์ /นครศรีธรรมราช
7 ธ.ค. 2560
ขอบคุณภาพประกอบบางส่วนสบก.นครศรีธรรมราช/หน่วยกู้ภัยนคร