นอภ.ซื้อนมรุดเยี่ยมสาวใหญ่หลายโรครุมเร้าถึงระยะสุดท้ายของชีวิต-เผยเป็นผู้ป่วยในพระบรมราชูปถัมภ์

นอภ.ซื้อนมรุดเยี่ยมสาวใหญ่หลายโรครุมเร้าถึงระยะสุดท้ายของชีวิต-เผยเป็นผู้ป่วยในพระบรมราชูปถัมภ์
นอภ.สิชล จ.นครศรีธรรมราชพร้อมคณะซื้อนมรุดเยี่ยมสาวใหญ่หลายโรครุมเร้าถึงระยะสุดท้ายของชีวิต-เผยเป็นผู้ป่วยในพระบรมราชูปถัมภ์-ตะลึงบ้านเก่า ๆ แต่สะอาดตาและมีรูปในหลวง ร.9 และพระบรมวงศานุวงศ์ติดทั่วบ้านเป็นสิ่งเดยวยึดเหนี่ยวจิตใจ-รับปากจัดหาโทรทัศน์ให้ไว้ดูเครียดเครียด
จากกรณีที่นางบุญพา พินิจ อายุ 58 ปี 18/1 หมู่ 1 ต.เปลี่ยน อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ผู้ป่วยโรคหัวใจและหลายโรครุมเร้ามีชีวิตอยู่ในระยะสุดท้ายวอนขอความช่วยเหลือผ่านศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช เพื่อขอเงินซื้อนมดื่มประทังชีวิต ป่วยเป็นโรคหัวใจตั้งแต่เด็ก ๆ อาการกำเริบ เป็นต้นตอของโรคอื่น ๆ เช่น เบาหวาน ความดัน ไขมันในเส้นเลือด ปัจจุบัน ลิ้นและปากเปื่อยกินอาหารไม่ได้ยกเว้นนม และมีอาการหอบ เหนื่อย แม้แต่พูดมากก็ไม่ได้ อาศัยอยู่คนเดียว ไม่มีงานทำ ไม่มีรายได้ ขาดอาหาร (นม) วิงวอนขอความช่วยเหลือขอนมเพื่อดื่มประทังชีวิตให้ยืนยาวออกไป นับว่าป่วยรุนแรงมีชีวิตอยู่ในระยะสุดท้ายซึ่งโรคหัวใจจะกำเริบทำให้หัวใจวายเสียชีวิตวันไหนก็ได โดยในเบื้องต้นนายตระกูล หนูนิล ป้องกันจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ประสานกับ พม.เข้าไปเยี่ยมและซื้อนมไปให้เป็นการเบื้องต้น ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
(4 ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวนายงานว่าเมื่อเย็นวานนี้ (3 ธ.ค.) นายยงยุทธ จำสำรวย นายอำเภอสิชล จ.นครศรีธรรมราช พร้อมนางมิ่งขวัญ เพชรชนะ สาธารณสุขอำเภอสิชล นางมนิตา ยุติธรรม ผอ.รพ.สต.บ้านท่าหิน ต.เปลี่ยน นายวรรณชัย พรหมมา กำนัน จ.เปลี่ยน และนายวุฒิศักดิ์ บริสุทธิ์ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 1 ต.เปลี่ยน อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ได้เดินทางไปเยี่ยมนางบุญพา ซึ่งพบว่านางบุญพา อาศัยอยู่ในบ้านไม้เก่า ๆ เพียงคนเดียว อย่างไรก็ตามแม้จะเป็นบ้านเก่า ๆ และไม่เสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใข้และเครื่องสิ่งอำนวยความสะดวกภายในบ้านเพียงไม่กี่ชิ้น แต่ในบ้านได้รับการจัดวาง เก็บกวาด เข็ดถูจนสะอาดน่าอยู่อาศัยเป็นอย่างมาก นอกจากนี้บริเวณฝาผนังในบ้านจะติดพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้า ในหลวงรัชกาลที่ 9 พระเข้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 และพระบรมวงศานุวงศ์เต็มไปหมด ซึ่งการที่นายอำเภอและเจ้าหน้าที่เดินทางมาเยี่ยมสร้างความดีใจให้กับนางบุญพาเป็นอย่างมาก
นางบุญพา พินิจ เปิดเผยพร้อมนำเอกสารเกี่ยวกับประวัติการเจ็บป่วยของตัวเองมาแสดงให้เจ้าหน้าที่ โดยประวัติระบุว่านางบุญพา ป่วยเป็นโรคหัวใจเมื่ออายุ 12 ปี เข้ารับการผ่าตัดมา 2 ครั้งและเป็นคนไข้ในพระบรมราชูปถัมภ์มาตั้งแต่ปี 2540 และยังเป็น DM HT ธัยรอยด์มา 20 ปี เคยเข้ารักษาที่รพ.เทศบาล นครศรีธรรมราช จนปี 2552 มารับยาที่ รพ.สิชล โดยจะไปพบแพทย์ตามนัดทุกครั้งไม่เคยขาดพร้อมรับยาตามที่แพทย์จัดให้นำกลับมารับประทานอย่างต่อเนื่องซึ่งนางบุญพา ไปรับยาที่ รพ.สิชล ครั้งสุดท้ายเมื่อเดือนตุลาคม และแพทย์นัดครั้งต่อไปวันที่ 15 ธันวาคม 2560 ซึ่งการเดินทางไป รพ.สิชล จะได้รับความช่วยเหลือจาก อบต.เปลี่ยน นำรถมาคอยรับส่งไปโรงพยาบาลทุกครั้ง
“ในเอกสารทางการแพทย์ระบุอีกว่า อาการปัจจุบันและปัญหา นางบุญพา ผู้ป่วยป่วยรู้สึกเหนื่อยมากขึ้น มีปัญหาด้าน โภชนาการมีแผลในปากซึ่งเป็น ๆ หาย ๆ จึงรับประทานยาติดต่อกันมา 4 ปี จนมีบาดแผลในปาก มีอาการเจ็บรับประทานอาหารไม่ได้ นอกจากข้าวต้มเหลวและนม ทางแพทย์ รพ.สิชล จึงให้ยากินกับยาป้ายรักษาบาดแผลในปากควบคู่กันไป ที่สำคัญเนื่องจากนางบุญพา อาศัยอยู่เพียงคนเดียวทำให้สภาพจิตใจ หว้าเหว่ วิตกกังวล หวาดกลัวว่าจะไม่มีใครช่วยเหลือเมื่ออาหารป่วยกำเริบ เช่น อาการเหนื่อย หอบ หน้ามืด เป็นลม และยังเกรงว่าจะไม่มีคนพาไป รพ. ส่วนสภาพสภาพบ้านมีพื้นต่างระดับไม่ปลอดภัยและไม่เหมาะกับคนเป็นโรคหัวใจ และห้องส้วมควรเป็นนั่งชักโครกซึ่งจะสะดวกและปลอดภัยกว่า”
นางบุญพา พินิจ กล่าวว่า ตนดีใจที่นายอำเภอสิชลและเจ้าหน้าที่เข้ามาเยี่ยมและซื้อนมมาฝาก ส่วนเรื่องอื่น ๆ ไม่มีความจำเป็นสำหรับตน ตนรู้ตัวดีว่าอาหารป่วยรุนแรงอยู่ในระยะสุดท้ายของชีวิต แต่เนื่องจากตนมีแผลในปาก เจ็บปวดมากไม่สามารถกินอาหารอื่น ๆ ได้ บางครั้งแม้แต่ข้าวต้มยังกินไม่ได้ จึงต้องดื่มนมเป็นหลัก แม้จะมีน้องสาวดูแลแต่ก็อยู่กันคนละบ้าน น้องสาวก็มีฐานะยากจน และต้องมีภารกิจทำงานหาเลี้ยงครอบครัวไม่สามารถจะมาดูแลตนใกล้ชิดตลอดเวลา ทุกวันนี้จึงมีพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 รัชกาลที่ 10 และพระบรมวงศานุวงศ์ติดไว้เต็มบ้าน นับเป็นสิ่งเดียวที่เครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ หากเป็นไปได้อยากมีโทรทัศน์เก่า ๆ สักเครื่องเพื่อติดตามเรื่องราวข่าวสารต่าง ๆ โดยเฉพาะข่าวในประราชสำนัก
ในขณะที่นายยงยุทธ จิตสำรวย กล่าวว่า วันนี้นอกจากมาเยี่ยมเยียนให้กำลังใจนางบุญพา แล้วตนและคณะได้ซื้อนมกล่องมอบให้นางบุญพา เพื่อได้ดื่มไปอีกระยะหนึ่ง ส่วนเจ้าหน้าที่ได้มอบเงินสดของนายชูรินทร์ ขวัญทอง พัฒนาสังคมและความมั่นของมนุษย์จังหวัดนครศรธรรมราช ให้นางบุญพาจำนวนหนึ่งด้วย โดยตนยังได้กำชับให้สาธารณสุขอำเภอสิชล และ รพ.สต.บ้านท่าหิน ต.เปลี่ยน รวมทั้ง อสม.ในพื้นที่เข้ามาดูแลและซื้อนมมาให้ทุกอาทิตย์ นอกจากนี้ทราบว่าในวันที่ 6 ธันวาคม 2560 คณะแพทย์ พยาบาลจากโรงพยาบาลสิชล จะเดินทางมาตรวจอาการนางบุญพา และนางบุญพา มีน้องสาวซึ่งมีบ้านอยู่ใกล้ ๆ กันเป็นผู้ที่คอยดูแลอยู่ด้วย สำหรับกรณีที่นางบุญพา อยากได้โทรทัศน์ไว้ติดตามข่าวสาร อย่างน้อยอาจจะคลายเครียด คลายความวิตกกังวลต่าง ๆ ได้บ้าง ตนรับปากว่าจัดหามาให้เองในเร็ว ๆ นี้.
ไพฑูรย์ อินทศิลา /กัญญาณัฐ เพ็ญสวัสดิ์ /นครศรีธรรมราช
4 ธ.ค. 2560
นอภ.สิชล จ.นครศรีธรรมราชพร้อมคณะซื้อนมรุดเยี่ยมสาวใหญ่หลายโรครุมเร้าถึงระยะสุดท้ายของชีวิต-เผยเป็นผู้ป่วยในพระบรมราชูปถัมภ์-ตะลึงบ้านเก่า ๆ แต่สะอาดตาและมีรูปในหลวง ร.9 และพระบรมวงศานุวงศ์ติดทั่วบ้านเป็นสิ่งเดยวยึดเหนี่ยวจิตใจ-รับปากจัดหาโทรทัศน์ให้ไว้ดูเครียดเครียด
จากกรณีที่นางบุญพา พินิจ อายุ 58 ปี 18/1 หมู่ 1 ต.เปลี่ยน อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ผู้ป่วยโรคหัวใจและหลายโรครุมเร้ามีชีวิตอยู่ในระยะสุดท้ายวอนขอความช่วยเหลือผ่านศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช เพื่อขอเงินซื้อนมดื่มประทังชีวิต ป่วยเป็นโรคหัวใจตั้งแต่เด็ก ๆ อาการกำเริบ เป็นต้นตอของโรคอื่น ๆ เช่น เบาหวาน ความดัน ไขมันในเส้นเลือด ปัจจุบัน ลิ้นและปากเปื่อยกินอาหารไม่ได้ยกเว้นนม และมีอาการหอบ เหนื่อย แม้แต่พูดมากก็ไม่ได้ อาศัยอยู่คนเดียว ไม่มีงานทำ ไม่มีรายได้ ขาดอาหาร (นม) วิงวอนขอความช่วยเหลือขอนมเพื่อดื่มประทังชีวิตให้ยืนยาวออกไป นับว่าป่วยรุนแรงมีชีวิตอยู่ในระยะสุดท้ายซึ่งโรคหัวใจจะกำเริบทำให้หัวใจวายเสียชีวิตวันไหนก็ได โดยในเบื้องต้นนายตระกูล หนูนิล ป้องกันจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ประสานกับ พม.เข้าไปเยี่ยมและซื้อนมไปให้เป็นการเบื้องต้น ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
(4 ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวนายงานว่าเมื่อเย็นวานนี้ (3 ธ.ค.) นายยงยุทธ จำสำรวย นายอำเภอสิชล จ.นครศรีธรรมราช พร้อมนางมิ่งขวัญ เพชรชนะ สาธารณสุขอำเภอสิชล นางมนิตา ยุติธรรม ผอ.รพ.สต.บ้านท่าหิน ต.เปลี่ยน นายวรรณชัย พรหมมา กำนัน จ.เปลี่ยน และนายวุฒิศักดิ์ บริสุทธิ์ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 1 ต.เปลี่ยน อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ได้เดินทางไปเยี่ยมนางบุญพา ซึ่งพบว่านางบุญพา อาศัยอยู่ในบ้านไม้เก่า ๆ เพียงคนเดียว อย่างไรก็ตามแม้จะเป็นบ้านเก่า ๆ และไม่เสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใข้และเครื่องสิ่งอำนวยความสะดวกภายในบ้านเพียงไม่กี่ชิ้น แต่ในบ้านได้รับการจัดวาง เก็บกวาด เข็ดถูจนสะอาดน่าอยู่อาศัยเป็นอย่างมาก นอกจากนี้บริเวณฝาผนังในบ้านจะติดพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้า ในหลวงรัชกาลที่ 9 พระเข้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 และพระบรมวงศานุวงศ์เต็มไปหมด ซึ่งการที่นายอำเภอและเจ้าหน้าที่เดินทางมาเยี่ยมสร้างความดีใจให้กับนางบุญพาเป็นอย่างมาก
นางบุญพา พินิจ เปิดเผยพร้อมนำเอกสารเกี่ยวกับประวัติการเจ็บป่วยของตัวเองมาแสดงให้เจ้าหน้าที่ โดยประวัติระบุว่านางบุญพา ป่วยเป็นโรคหัวใจเมื่ออายุ 12 ปี เข้ารับการผ่าตัดมา 2 ครั้งและเป็นคนไข้ในพระบรมราชูปถัมภ์มาตั้งแต่ปี 2540 และยังเป็น DM HT ธัยรอยด์มา 20 ปี เคยเข้ารักษาที่รพ.เทศบาล นครศรีธรรมราช จนปี 2552 มารับยาที่ รพ.สิชล โดยจะไปพบแพทย์ตามนัดทุกครั้งไม่เคยขาดพร้อมรับยาตามที่แพทย์จัดให้นำกลับมารับประทานอย่างต่อเนื่องซึ่งนางบุญพา ไปรับยาที่ รพ.สิชล ครั้งสุดท้ายเมื่อเดือนตุลาคม และแพทย์นัดครั้งต่อไปวันที่ 15 ธันวาคม 2560 ซึ่งการเดินทางไป รพ.สิชล จะได้รับความช่วยเหลือจาก อบต.เปลี่ยน นำรถมาคอยรับส่งไปโรงพยาบาลทุกครั้ง
“ในเอกสารทางการแพทย์ระบุอีกว่า อาการปัจจุบันและปัญหา นางบุญพา ผู้ป่วยป่วยรู้สึกเหนื่อยมากขึ้น มีปัญหาด้าน โภชนาการมีแผลในปากซึ่งเป็น ๆ หาย ๆ จึงรับประทานยาติดต่อกันมา 4 ปี จนมีบาดแผลในปาก มีอาการเจ็บรับประทานอาหารไม่ได้ นอกจากข้าวต้มเหลวและนม ทางแพทย์ รพ.สิชล จึงให้ยากินกับยาป้ายรักษาบาดแผลในปากควบคู่กันไป ที่สำคัญเนื่องจากนางบุญพา อาศัยอยู่เพียงคนเดียวทำให้สภาพจิตใจ หว้าเหว่ วิตกกังวล หวาดกลัวว่าจะไม่มีใครช่วยเหลือเมื่ออาหารป่วยกำเริบ เช่น อาการเหนื่อย หอบ หน้ามืด เป็นลม และยังเกรงว่าจะไม่มีคนพาไป รพ. ส่วนสภาพสภาพบ้านมีพื้นต่างระดับไม่ปลอดภัยและไม่เหมาะกับคนเป็นโรคหัวใจ และห้องส้วมควรเป็นนั่งชักโครกซึ่งจะสะดวกและปลอดภัยกว่า”
นางบุญพา พินิจ กล่าวว่า ตนดีใจที่นายอำเภอสิชลและเจ้าหน้าที่เข้ามาเยี่ยมและซื้อนมมาฝาก ส่วนเรื่องอื่น ๆ ไม่มีความจำเป็นสำหรับตน ตนรู้ตัวดีว่าอาหารป่วยรุนแรงอยู่ในระยะสุดท้ายของชีวิต แต่เนื่องจากตนมีแผลในปาก เจ็บปวดมากไม่สามารถกินอาหารอื่น ๆ ได้ บางครั้งแม้แต่ข้าวต้มยังกินไม่ได้ จึงต้องดื่มนมเป็นหลัก แม้จะมีน้องสาวดูแลแต่ก็อยู่กันคนละบ้าน น้องสาวก็มีฐานะยากจน และต้องมีภารกิจทำงานหาเลี้ยงครอบครัวไม่สามารถจะมาดูแลตนใกล้ชิดตลอดเวลา ทุกวันนี้จึงมีพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 รัชกาลที่ 10 และพระบรมวงศานุวงศ์ติดไว้เต็มบ้าน นับเป็นสิ่งเดียวที่เครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ หากเป็นไปได้อยากมีโทรทัศน์เก่า ๆ สักเครื่องเพื่อติดตามเรื่องราวข่าวสารต่าง ๆ โดยเฉพาะข่าวในประราชสำนัก
ในขณะที่นายยงยุทธ จิตสำรวย กล่าวว่า วันนี้นอกจากมาเยี่ยมเยียนให้กำลังใจนางบุญพา แล้วตนและคณะได้ซื้อนมกล่องมอบให้นางบุญพา เพื่อได้ดื่มไปอีกระยะหนึ่ง ส่วนเจ้าหน้าที่ได้มอบเงินสดของนายชูรินทร์ ขวัญทอง พัฒนาสังคมและความมั่นของมนุษย์จังหวัดนครศรธรรมราช ให้นางบุญพาจำนวนหนึ่งด้วย โดยตนยังได้กำชับให้สาธารณสุขอำเภอสิชล และ รพ.สต.บ้านท่าหิน ต.เปลี่ยน รวมทั้ง อสม.ในพื้นที่เข้ามาดูแลและซื้อนมมาให้ทุกอาทิตย์ นอกจากนี้ทราบว่าในวันที่ 6 ธันวาคม 2560 คณะแพทย์ พยาบาลจากโรงพยาบาลสิชล จะเดินทางมาตรวจอาการนางบุญพา และนางบุญพา มีน้องสาวซึ่งมีบ้านอยู่ใกล้ ๆ กันเป็นผู้ที่คอยดูแลอยู่ด้วย สำหรับกรณีที่นางบุญพา อยากได้โทรทัศน์ไว้ติดตามข่าวสาร อย่างน้อยอาจจะคลายเครียด คลายความวิตกกังวลต่าง ๆ ได้บ้าง ตนรับปากว่าจัดหามาให้เองในเร็ว ๆ นี้.
ไพฑูรย์ อินทศิลา /กัญญาณัฐ เพ็ญสวัสดิ์ /นครศรีธรรมราช
4 ธ.ค. 2560