หน้งไทยหรือนิยาย!!ปปท.ใช้เวลา 3 วันตรวจโรงงานปาล์มเมืองคอนลักลอบปล่อยน้ำเสีย-สั่งเร่งเสริมคันดินบ่อบำบัดน้ำเสีย

ปปท.ใช้เวลา 3 วันตรวจโรงงานปาล์มเมืองคอนลักลอบปล่อยน้ำเสีย-สั่งเร่งเสริมคันดินบ่อบำบัดน้ำเสีย
ปปท.ใช้เวลา 3 วันตรวจโรงงานปาล์มเมืองคอนลักลอบปล่อยน้ำเสีย-ก่อนสรุปเสนอผู้บังคับบัญชาสั่งเชือดโรงงานและเจ้าหน้าที่ปล่อยปละละเลย-สั่งโรงงานเร่งเสริมคันดินบ่อบำบัดน้ำเสีย และดำเนินการตามมาตรการที่กำหนด 3 มาตรการภายใน 20 วัน
จากกรณีชาวบ้านอำเภอสิชล จ.นครศรีธรรมราช ได้ร่วมตัวกันทำหนังสือร้องเรียนศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชและกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) จังหวัดนครศรีธรรมราช เนื่องจากเดือดร้อนจากการปล่อยน้ำเสียในปริมาณมากของโรงงานปาล์มน้ำมันตั้งอยู่หมู่ 4 ต.ทุ่งปรัง อ.สิชล ลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ เป็นประจำ จนชาวบ้านรวมตัวร้องเรียนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ แก้ไขดำเนินการ แต่เรื่องก็เงียบหาย ไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาแต่อย่างใด สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านอย่างแสนสาหัสล่าสุดโรงงานแห่งนี้จะใช้รถแบคโฮแอบขุดผนังกั้นบ่อพักน้ำเสียให้ไหลทะลักลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติคลองท่าควาย ซึ่งเป็นคลองสายหลักของอำเภอสิชล ซึ่งทางศูนย์ดำรงธรรม อุตสาหกรรมจังหวัด ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครศรีธรรมราช ตชด424 ค่ายฝึกรบพิเศษสิชล ฝ่ายปกครองอำเภอสิชล ลงพื้นตรวจสอบข้อเท็จจริง พบการกระทำผิดอย่างชัดเจน จึงกำหนดมาตรการในเบื้องต้น 3 ข้อ 1.ให้โรงงานดำเนินการเสริมคันบ่อบำบัดน้ำเสียให้มีความแข็งแรงและปิดกั้นรางระบายให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 20 วัน 2.ให้โรงงานจัดทำแผนปรับปรุงโรงงานเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน และ 3.สร้างการมีส่วนร่วมกับประชาชนในพื้นที่ในการเฝ้าระวังป้องกันผลกระทบด้านมลพิษจากโรงงาน โดยสำนักงานอุตสาหกรรมและศูนย์ดำรงธรรมจะติดตามการปรับปรุงตาม 3 มาตรการอย่างใกล้ชิดต่อไป ท่ามกลางการวิพากวิจารณ์ของชาวบ้านที่มองว่าเจ้าหน้าที่ไม่กล้าดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดกับเจ้าของโรงงานทั้งๆ ที่พบเห็นการกระทำผิดอย่างชัดเจน และซ้ำซาก แต่ทำเพียงแนะนำให้แก้ไขใน 3 มาตรการดังกล่าวเท่านั้น ในขณะที่เจ้าหน้าที่ ปปท. นำทีมลงตรวจสอบข้อเท็จจริงหากพบว่าเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหรือละเวนการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบจะเอาผิดเจ้าหน้าที่ตาม ม.58/2 ตามตามที่เสนอข่าวมาตามลำดับแล้วนั้น
(24 พ.ย.) นายวีระพรรณ สุขะวัลลิ ปลัดอาวุโสอำเภอสิชล จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ในขณะนี้โรงงานแห่งนี้ได้ใช้รถแม็คโคพร้อมด้วยรถบรรทุกดินเริ่มลงมือเสริมคันบ่อน้ำเสียให้สูงขึ้นและตรงจุดที่มีพบร่องรอยเพิ่งปล่อยน้ำเสียลงแหล่งน้ำสาธารณะก็ได้มีการปรับปรุงให้สูงขึ้นเช่นกัน โดยเร่งให้แล้วเสร็จตามที่ทางจังหวัดนครศรีธรรมราชกำหนดภายใน 20 วัน รวมทั้งให้โรงงานจัดทำแผนปรับปรุงโรงงานเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน และสร้างการมีส่วนร่วมกับประชาชนในพื้นที่ในการเฝ้าระวังป้องกันผลกระทบด้านมลพิษจากโรงงาน โดยสำนักงานอุตสาหกรรมและศูนย์ดำรงธรรมจะติดตามการปรับปรุงตาม 3 มาตรการอย่างใกล้ชิดต่อไป
ส่วนการตรวจสอบโรงงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ ปปท.และอีกหลายหน่วยงานก็ใช้เวลาทั้ง 3 วัน เสร็จสิ้นไปเมื่อวานนี้ (22พ.ย.) ซึ่งตนขอเรียนยืนยันว่าเมื่อทางฝ่ายปกครองอำเภอสิชล ได้รับเรื่องร้องเรียนทุกครั้ง ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้นำคณะสื่อมวลชน เข้าร่วมตรวจสอบที่โรงงานแห่งนี้ทุกครั้ง ซึ่งก่อนการร้องเรียนในครั้งนี้เมื่อเมื่อปลายปี 2559 ตนรักษาการในตำแหน่ง นายอำเภอสิชล ก็ได้รับการร้องเรียนเรื่องโรงงานแห่งนี้ปล่อยเสีย จึงได้เข้าตรวจสอบบริเวณบ่อน้ำเสียพบมีการฝังท่อขนาดใหญ่ไว้ใต้คันดินบ่อน้ำเสียเพื่อแอบปล่อยน้ำเสียลงคลองสาธารณะ จึงได้สั่งการให้โรงงานขุดท่อขึ้นมา เพราะถือว่ามีเจตนาในการกระทำผิด และได้นำตัวอย่างน้ำในคลองสาธารณะไปตรวจพบว่าน้ำเน่าเสียจากโรงงานนี้เกินค่ามาตรฐาน จึงเสนอเรื่องให้จังหวัดและอุตสาหกรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช สั่งปรับโรงงานจำนวน 200,000บาทนายวีระพรรณ สุขะวัลลิ กล่าวยืนยันหนักแน่น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าคณะของ ปปท. นำโดย นายอัครเดช คงทรัพย์ น.ส. มนัสนันท์ จรัลจรูญพงษ์ และ พ.ต.ต.(หญิง) ศรีสมเกียรติ แท่นทอง นักสืบสวนชำนาญการ ปปท. พร้อมคณะเกือบ 10 คน ได้ทำการตรวจสอบอย่างละเอียด รวมทั้งสอบสวนปากคำชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ และชาวบ้านรวบรวมข้อมูลทั้งหมดเพื่อเสนอให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาดำเนินการเอาผิดทั้งในส่วนของโรงงาน และเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้อง หากพบว่ามีการปล่อยปละละเลยปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นปฏิบีติหน้าที่โดยมิชอบต่อไป.
ไพฑูรย์ อินทศิลา/สายัณห์ ศรีใหม่ /นครศรีธรรมราช
23 พ.ย.2560

ใส่ความเห็น

Top
Loading...
ข้ามไปยังทูลบาร์