ผวจ.นครศรีธรรมราช ลงพื้นที่อำเภอสิชล ตามโครงการ ผู้ว่าฯ เดินดิน กินข้าวแกง แหลงใต้ รับใช้ฅนคอน เพื่อรับฟังปัญหาและความต้องการ นำไปสู่การแก้ไขและพัฒนา

ผวจ.นครศรีธรรมราช ลงพื้นที่อำเภอสิชล ตามโครงการ ผู้ว่าฯ เดินดิน กินข้าวแกง แหลงใต้ รับใช้ฅนคอน เพื่อรับฟังปัญหาและความต้องการ นำไปสู่การแก้ไขและพัฒนา พร้อมเชิญชวนชาวนครศรีธรรมราชร่วมผลิตดอกไม้จันทน์ 1 ล้านดอก และปลูกต้นดาวเรืองให้เหลืองอร่ามทั่วทั้งจังหวัด

วันนี้(17 พ.ค.60) นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัด ลงพื้นที่อำเภอสิชล ตามโครงการ ผู้ว่าฯ เดินดิน กินข้าวแกง แหลงใต้ รับใช้ฅนคอน โดยมีนายถิรนาถ เอสะนาชาตัง นายอำเภอสิชล หัวหน้าส่วนราชการอำเภอ ผู้บริหารท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้านร่วมให้การต้อนรับ โอกาสนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชและคณะ ได้เยี่ยมชมวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้เลี้ยงแพะสิชลก้าวหน้า บ้านเขาใหญ่ ม.5 ต.เขาน้อย อ.สิชล มีนางจารึก เพ็ชรด้วง เป็นประธานกลุ่ม ซึ่งได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ในการประกวดสถาบันเกษตรกรดีเด่นระดับชาติ กรมปศุสัตว์ ประจำปี 2560 ซึ่งกลุ่มเลี้ยงแพะดังกล่าวสามารถสร้างรายได้ให้แก่สมาชิกปีละ 1.5 แสนบาทต่อคน จากการขายแพะเนื้อ ผลิตภัณฑ์จากแพะ อาทิโยเกิร์ตนมแพะ ขนมชั้นนมแพะ นมแพะสด สบู่นมแพะ กระเป๋าหนังแพะ เป็นต้น นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง และโครงการทฤษฎีใหม่ด้วย โดยผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมสนับสนุนงบประมาณในการจัดซื้อพ่อพันธุ์แพะที่ยังขาดแคลน โดยผ่านสำนักงานปศุสัตว์จังหวัด จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ตรวจเยี่ยมพื้นที่ฝายคลองท่าทน ม.13 ต.เทพราช ซึ่งจังหวัดนครศรีธรรมราชได้สนับสนุนงบประมาณในการขุดลอกคลองต้นน้ำระยะทาง 5 กิโลเมตร งบประมาณ 16 ล้านบาท และกรมชลประทานเตรียมขุดลอกพื้นที่หน้าฝายและคลองรวมระยะทาง 2.6 กิโลเมตร งบประมาณ 16 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้สามารถเก็บกักน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งได้ประมาณ 3.6 แสนลูกบาศก์เมตร มีพื้นที่การเกษตรได้รับผลประโยชน์ 1.6 หมื่นไร่ พร้อมทั้งได้มอบสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารออมสินและกระปุกออมสินให้แก่นักเรียนศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลเปลี่ยน ตามโครงการหนูน้อยตำบลเปลี่ยน เปลี่ยนแนวคิด เปลี่ยนขยะเป็นเงินออม ขององค์การบริหารส่วนตำบลเปลี่ยน ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดได้ชื่นชมในแนวคิดในการดำเนินโครงการลดปริมาณขยะของ อบต.เปลี่ยน โดยทางจังหวัดจะมอบโล่ประกาศเกียรติคุณให้ เพื่อเป็นต้นแบบในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาขยะที่เป็นรูปธรรม สามารถจับต้องได้ และดูงานพื้นที่บริเวณฝายข้ามคลองเหลียน ม.7 ต.เปลี่ยน ซึ่งทางกำนันตำบลเปลี่ยนได้เสนอโครงการสร้างฝายทดน้ำและขุดลอกหน้าฝายเก็บกักน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง ต่อจากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดได้เยี่ยมชมบู้ธหน่วยบริการประชาชนของส่วนราชการ กลุ่มอาชีพต่าง ๆ บริเวณวัดศิลาชลเขต (วัดหิน) หมู่ที่ 10 ตำบลเปลี่ยน อำเภอสิชล

จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รับฟังบรรยายสรุป ศักยภาพ ทิศทางการพัฒนาอำเภอ จากนายอำเภอสิชล พร้อมรับฟังปัญหาและความต้องการของประชาชนในพื้นที่จากผู้นำท้องถิ่น ท้องที่ และภาคเอกชน เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหา และวางแผนพัฒนาได้ตรงตามความต้องการของพื้นที่ต่อไป

สำหรับปัญหาและความต้องการของพื้นที่ อาทิ ขอให้มีการปรับปรุงและซ่อมแซม ขยายถนนสายต่าง ๆให้มีความสะดวกและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น เช่น ถนนสายบ้านเขาใหญ่-บ้านสี่ขีด ถนนสายวัดเจดีย์(ไอ้ไข่) ถนนเลียบชายฝั่งทะเลสิชล ถนนเลียบชายฝั่งทะเลเชื่อม อ.สิชลกับอำเภอขนอม ถนนหมายเลข 401 บริเวณบ้านต้นเหรียง เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอให้ก่อสร้างประปาหมู่บ้านด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อลดค่ากระแสไฟฟ้า ติดตั้งกล้องวงจรปิด ป้ายบอกเส้นทาง บอกสถานที่ท่องเที่ยว การก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง เป็นต้น รวมทั้งการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน และการรุกล้ำลำน้ำ เป็นต้น

ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ให้อำเภอรวบรวมปัญหาและความต้องการ พร้อมจัดลำดับความสำคัญบรรจุเข้าแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาอำเภอ โดยผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ผ่านแผนชุมชน ตำบล แล้วเสนอโครงการพร้อมรายละเอียดให้จังหวัด เพื่อจะได้จัดสรรงบประมาณสนับสนุนต่อไป ส่วนเรื่องใดที่เกินอำนาจ เกินศักยภาพของจังหวัดจะได้มีการประสานไปยังหน่วยงานส่วนกลางต่อไป

ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า สำหรับเรื่องถนนเส้นทางใดที่อยู่ในความรับผิดชอบของ อบจ. ได้มอบหมายให้ไปดูแลซ่อมแซม ปรับปรุงแล้ว ส่วนปัญหาถนนที่ชุมชนบ้านต้นเหรียง ต.เสาเภา ได้ให้ตั้งคณะทำงานระดับจังหวัด 1 ชุด แล้วเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาประชุมโดยเร็วต่อไป สำหรับการติดตั้งกล้องวงจรปิด หรือ CCTV จังหวัดได้สนับสนุนงบประมาณ 200 ล้านบาท ติดตั้งทั่วทั้งจังหวัด ในส่วนของประปาหมู่บ้านระบบพลังงานแสงอาทิตย์นั้น จังหวัดกำลังประสานงานกับกระทรวงพลังงาน มีความคืบหน้าอย่างไรจะแจ้งให้ทราบต่อไป สำหรับปัญหาเรื่องที่ดินทำกินและปัญหารุกล้ำลำน้ำนั้น เป็นนโยบายของ คสช. ซึ่งทางจังหวัดจะได้รายงานให้ส่วนกลางได้รับทราบต่อไป

ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวด้วยว่า เนื่องในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ระหว่างวันที่ 25-29 ตุลาคม 2560 นั้น จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ตั้งเป้าการผลิตดอกไม้จันทน์ จำนวน 1 ล้านดอก จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมกันผลิตดอกไม้จันทน์ เพื่อนำมาใช้ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยจังหวัดกำหนดจัดพระราชพิธีดังกล่าวอำเภอละ 1 จุด รวม 23 จุด นอกจากนี้ขอเชิญชวนร่วมปลูกต้นดอกดาวเรือง ซึ่งเป็นสีประจำวันพระราชสมภพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ให้ออกดอกและบานสะพรั่งทั่วทั้งจังหวัด โดยใช้ระยะเวลาปลูกจนออกดอกบานสะพรั่ง ประมาณ 60 วัน ดังนั้น จึงเชิญชวน หน่วยงานภาคราชการ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วทั้งจังหวัด ร่วมปลูกต้นดอกดาวเรือง เพื่อใช้ประดับสถานที่ราชการ สถานที่สำคัญของจังหวัด บริษัท ห้างร้าน และบ้านเรือนประชาชน ในช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ระหว่างวันที่ 25-29 ตุลาคม 2560 ซึ่งดอกไม้ดังกล่าว จะต้องออกดอกและบานสะพรั่งตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม 2560 เป็นต้นไป เพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดี และรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ ..////////

ใส่ความเห็น

Top
Loading...
ข้ามไปยังทูลบาร์