ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ตรวจติดตามผลสัมฤทธิ์โครงการขุดลอกคลองกะเปียด อำเภอฉวาง จ.นครศรีธรรมราช

ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ตรวจติดตามผลสัมฤทธิ์โครงการขุดลอกคลองกะเปียด อำเภอฉวาง จ.นครศรีธรรมราช

 

วันนี้(20 ก.ค.59) เวลา 14.30 น. นายสมพาศ  นิลพันธ์  ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขต 6  ได้ลงพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อตรวจติดตามผลสัมฤทธิ์โครงการจังหวัดนครศรีธรรมราช ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2558 (งบพัฒนาจังหวัด)  โครงการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสนองต่อการท่องเที่ยว กิจกรรมขุดลอกคลองกะเปียด พื้นที่หมู่ที่ 1,2,5,7 ตำบลห้วยปริก  อำเภอฉวาง ระยะทาง 9,000 เมตร งบประมาณ 3,310,000 บาท  โดยมีนายสมพงษ์  มากมณี  นายอำเภอฉวาง   นายเดชา  สุมล  กำนันตำบลห้วยปริก  นายจเร  กะรัส ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 นายชาญณรงค์  ศรีสว่าง  ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 5 ต.ห้วยปริก  ร่วมต้อนรับและให้ข้อมูลตอบข้อซักถามที่บริเวณฝายน้ำล้นคลองห้วยปริก หมู่ที่ 1 ตำบลห้วยปริก 

 

นายสมพงษ์  มากมณี  นายอำเภอฉวาง  กล่าวว่า คลองกะเปียดเป็นลำคลองสายหลัก ที่ประชาชนพื้นที่ตำบลห้วยปริกใช้ในการดำรงชีวิต  ซึ่งสภาพก่อนดำเนินโครงการมีสภาพตื้นเขิน มีวัชพืชและกิ่งไม้น้อยใหญ่ปกคลุมมากมาย ทำให้น้ำในลำคลองไม่สะดวก ช่วงหน้าฝนน้ำไหลบ่าท่วมพื้นที่การเกษตร และบ้านเรือนของประชาชน ส่วนช่วงหน้าแล้งน้ำน้อย ไม่สามารถกักเก็บน้ำไว้ได้ปริมาณมากพอ  ผู้นำท้องที่ ท้องถิ่นจึงได้เสนอโครงการเพื่อดำเนินกิจกรรมขุดลอกคลองกะเปียด พื้นที่หมู่ที่ 1,2,5,7 ตำบลห้วยปริก เป็นโครงการตามความต้องการของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง  เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการบุกรุกที่สาธารณะ และเพื่อขยายผลการดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากงบพัฒนาจังหวัดนครศรีธรรมราช ปีงบประมาณ พ.ศ. 2558 งบประมาณ 3,310,000 บาท  ซึ่งหลังดำเนินการแล้วทำให้ในฤดูฝนน้ำไม่ท่วม  ส่วนในหน้าแล้งก็สามารถสร้างฝายชะลอน้ำเพื่อกักเก็บน้ำไว้สูบขึ้นมาใช้ในสวนพืชผัก สวนผลไม้ของประชาชนได้

 

 

นายสมพาศ  นิลพันธ์  ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขต 6  กล่าวว่า ตามกฎหมายในการดำเนินโครงการงบพัฒนาจังหวัด หลังสิ้นสุดโครงการไปแล้ว 1 ปี ต้องมีการตรวจติดตามผลสัมฤทธิ์โครงการว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์หรือไม่ มีความคุ้มค่าหรือไม่ ซึ่งจากการลงพื้นที่จริงและรับฟังบรรยายสรุปข้อมูลแล้วถือว่าประชาชนได้รับผลประโยชน์จากโครงการ  แต่ขอฝากให้หน่วยงานในพื้นที่ช่วยกันดูแลกำจัดวัชพืชที่ขึ้นปกคลุมอยู่ในลำคลองอย่างน้อยปีละครั้ง  มิฉะนั้นจะต้องตั้งงบประมาณมาใช้ในการขุดลอกและกำจัดวัชพืชใหม่อีก..*///////

ใส่ความเห็น

Top
Loading...
ข้ามไปยังทูลบาร์