สนข. จัดประชุมโฟกัสกรุ๊ป การศึกษาผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ สำหรับการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้ ณ จังหวัดนครศรีธรรมราช

สนข. จัดประชุมโฟกัสกรุ๊ป การศึกษาผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ สำหรับการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้    ณ จังหวัดนครศรีธรรมราช

 

วันนี้(23 มิ.ย.59) เวลา 09.00 น. ที่ห้องดอกบัว โรงแรมทวินโลตัสนครศรีธรรมราช  นายพงศ์เทพ  ไข่มุกด์  รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนากลุ่มย่อยลักษณะโฟกัสกรุ๊ป(Focus Group) ภายใต้การศึกษาผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์(SEA) สำหรับการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้ ณ จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งสำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร หรือ สนข. กระทรวงคมนาคม ร่วมกับกลุ่มบริษัทที่ปรึกษาจัดขึ้น  เพื่อนำเสนอผลการศึกษาผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์สำหรับการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้ และร่างแผนแม่บทสำหรับการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้ เพื่อให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนได้แสดงข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อผลการศึกษา สำหรับนำไปปรับปรุงแผนแม่บทสำหรับการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้ตามขั้นตอนต่อไป  โดยเน้นประเด็นหลัก 4 มิติ คือ มิติสิ่งแวดล้อม มิติเศรษฐกิจ มิติสังคม และมิติเทคโนโลยี

 

สำหรับการประชุมครั้งนี้ มีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรพัฒนาเอกชน(NGOs) นักวิชาการ และภาคประชาชนด้านฝั่งทะเลอ่าวไทย จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ชุมพร สุราษฎร์ธานี สงขลา ปัตตานีนราธิวาส และยะลา จำนวน 70 คน  สำหรับด้านฝั่งทะเลอันดามัน จะจัดประชุมในจังหวัดกระบี่ โดยจะเชิญผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากจังหวัดกระบี่ ระนอง พังงา ภูเก็ต ตรัง และสตูล

 DSC_1257_2

นายพงศ์เทพ  ไข่มุกด์  รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช  กล่าวว่า การพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้  เป็นสิ่งสำคัญที่ประชาชนชาวใต้จะต้องรับรู้ รับทราบ และยอมรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต  เพราในปัจจุบันการพัฒนาในภาคใต้ ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ เนื่องจากการขาดการบูรณาการร่วมกันกันระหว่างหน่วยงานของภาครัฐ ส่งผลให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง มีข้อมูลภาพรวมของการพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ในอนาคตไม่ชัดเจน  รวมทั้งขาดกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างภาครัฐและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ทำให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับประโยชน์และผลกระทบที่อาจจะเกิดต่อตนเองและ/หรือของพื้นที่จากการพัฒนาดังกล่าว ท้ายสุดแล้วจะก่อให้เกิดการไม่ยอมรับจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ทำให้หน่วยงานภาครัฐไม่สามารถดำเนินโครงการพัฒนาต่าง ๆ ที่กำหนดไว้ได้ ดังนั้นการศึกษานี้จึงได้นำบทเรียนการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้ในอดีตที่ผ่านมาและเห็นความสำคัญของการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ทั้งภาคประชาชน ภาครัฐ ภาคเอกชน และ NGO เพื่อบูรณาการแนวทางในการพัฒนาร่วมกัน ระดมความคิดเห็น ข้อเสนอแนะที่มีต่อการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้ เพื่อให้ได้แผนแม่บทการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้ที่เป็นที่ยอมรับจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

 DSC_1288_2

 

นายนครินทร์  สัทธรรมนุวงศ์  ผู้จัดการโครงการฯ กล่าวว่า จากการวิเคราะห์และการรับฟังผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่สามารถสรุปได้ว่า ทิศทางการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้ คือ ทางเลือก 2+ (สองบวก) คือ การพัฒนาตามศักยภาพของทรัพยากรที่มีอยู่ของภาคใต้ ได้แก่ การเกษตร  อุตสาหกรรมแปรรูป และการท่องเที่ยว  และให้พัฒนาศักยภาพของทรัพยากรเพิ่มเติมจากระดับที่มีอยู่ให้สูงขึ้น  โดยเฉพาะศักยภาพด้านการท่องเที่ยว การพัฒนาการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่(การท่องเที่ยวทางเรือสำราญ ,Home Stay,การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ฯลฯ)  การเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว การเพิ่มระยะเวลาการพำนักของนักท่องเที่ยว และการเพิ่มค่าใช้จ่ายต่อวันของนักท่องเที่ยว เป็นต้น  และจากการ SWOT Analysis สำหรับจุดแข็งของภาคใต้ คือ เป็นแหล่งเกษตรกรรมที่อุดมสมบูรณ์ และสามารถพัฒนาอุตสาหกรรมแปรรูปเกษตรต่อเนื่อง  มีทรัพยากรท่องเที่ยวที่สวยงาม มีความหลากหลายทั้งทางบกและทางทะเล มีวัฒนธรรมท้องถิ่นที่แข็งแกร่ง และมีภูมิประเทศที่เหมาะสมเป็นศูนย์กลางของการขนส่งในระดับภูมิภาคและระดับสากล  ส่วนจุดด้อย ได้แก่ ขาดแผนการพัฒนาการท่องเที่ยวในระดับภูมิภาคและบูรณาการ  การคมนาคมเชื่อมต่อยังไม่สมบูรณ์ โครงสร้างพื้นฐานไม่เพียงพอที่จะรองรับการพัฒนาในอนาคตและการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ และความพอเพียงของพลังงานที่สอดคล้องกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ซึ่งแผนแม่บทสำหรับการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้ ที่ได้ข้อสรุปแล้วจะมีการนำเสนอรัฐบาลและหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจในการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ในภาคใต้ต่อไป ..//////

ใส่ความเห็น

Top
Loading...
ข้ามไปยังทูลบาร์